10 แฟรนไชส์ร้าน “ชานมไข่มุก” กินมาตั้งหลายร้อยแก้ว เป็นเจ้าของร้านเลยดีไหม!? 🤭🤭

จากที่โพสต์ก่อนหน้านี้ เราได้นำเสนอรายได้ของธุรกิจชานมไข่มุกแบรนด์ใหญ่ๆ ในไทยไปแล้ว ซึ่งบางเจ้าที่ขายดีนั้นก็มีรายได้ถึงระดับ 500 ล้านบาทต่อปี

ใครมาไม่ทัน ตามไปดูได้ที่: ส่องธุรกิจชานมไข่มุก 8 เจ้าดังของไทย รายได้ไม่ธรรมดา…

 

 

ซึ่งคอนเทนต์นั้นก็มีเสียงตอบรับที่ดี ทั้งจากสาวกนักชิมชานมไข่มุก รวมถึงหลายๆ คน ที่อยากจะเปิดธุรกิจร้านเครื่องดื่มสุดฮิตนี้เป็นของตัวเอง

สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ เราพบว่าร้านแบรนด์ใหญ่หลายเจ้าที่เคยนำเสนอไป ยกตัวอย่างเช่น KOI The, The Alley, Fire Tiger จะยังไม่มีการเปิดขายแฟรนไชส์

ในขณะที่เจ้าซึ่งขายแฟรนไชส์นั้น ก็มีราคาค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ให้เลือกกันตั้งแต่หลักหมื่น แสน ไปจนถึงหลักล้านเลยก็มีเช่นกัน

ในโพสต์นี้ เราจึงลองทำการรวบรวมร้านชานมไข่มุกที่เปิดขายแฟรนไชส์ มาให้คนที่สนใจอยู่ได้ลองเลือกกันดูครับ

สำหรับบางแบรนด์ อาจจะขายขาด ไม่มีเก็บอะไรเพิ่มเติม แต่บางเจ้าเก็บค่าธรรมเนียมรายปี เก็บส่วนแบ่งกำไรจากการขาย หรือมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป

 

 

ผู้อ่านก็สามารถกดคลิกดูที่รายละเอียดแต่ละเจ้าตามลิงก์ที่แนบได้เลย..

1. Chakuma

ค่าแฟรนไชส์: 39,000 บาท

 

2. SHONG CHA

ค่าแฟรนไชส์: 59,000 บาท

 

3. มารุชา

ค่าแฟรนไชส์: 59,900 บาท

 

4. ชาพะยอม

ค่าแฟรนไชส์: 65,000 บาท

 

5. ชอบชา

ค่าแฟรนไชส์: 65,000 บาท

 

6. Nobicha

ค่าแฟรนไชส์: 200,000 บาท

 

7. Mikucha

ค่าแฟรนไชส์: 256,800 บาท

 

8. โอชายะ

ค่าแฟรนไชส์: 350,000 บาท

 

9. Fresh me

ค่าแฟรนไชส์: 390,000 บาท

 

10. คามุ คามุ ที

ค่าแฟรนไชส์: 1,500,000 บาท

 

สุดท้าย!! โพสต์นี้ไม่ได้รับเงินมาโปรโมตแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ แต่ถ้าแบรนด์ไหนสนใจล่ะก็.. จ้างเพจนี้ได้นะครับคุณลูกค้า 🤭

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...