สรุปเรื่องที่ต้องรู้ ก่อนจองซื้อหุ้น OR เป็นเจ้าของธุรกิจปั๊มน้ำมันที่ใหญ่สุดในประเทศและ Cafe Amazon !!

หุ้น OR หรือบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก อัปเดตราคา IPO และวันจองซื้อหุ้นออกมาเป็นที่เรียบร้อย เราเลยอยากจะสรุปข้อมูลคร่าวๆ น่าสนใจของธุรกิจนี้ มาฝากกันครับ..

 

 

OR ทำธุรกิจอะไร?

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ค้าปลีก และบริการอื่นๆ
ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร

ซึ่งแบรนด์ที่เรารู้จักกันดีก็ได้แก่ PTT, Cafe Amazon, Texas Chicken รวมถึงธุรกิจให้เช่าพื้นที่ต่างๆ ในสถานีบริการน้ำมัน

 

แล้วในแง่ของการเติบโต ผลประกอบการของ OR  เป็นอย่างไรบ้าง!?

ปี 2560 มีรายได้ 550,717 ล้านบาท กำไร 12,671 ล้านบาท

ปี 2561 มีรายได้ 599,173 ล้านบาท กำไร 9,493 ล้านบาท กำไร -25% จากปีก่อน

ปี 2562 มีรายได้ 583,393 ล้านบาท กำไร 10,895 ล้านบาท กำไร +14% จากปีก่อน

ปี 2563 (9 เดือนแรก) มีรายได้ 321,922 ล้านบาท กำไร 5,868 ล้านบาท

โดยปีล่าสุดนั้น กำไร -35% เทียบกับช่วงเวลา 9 เดือนแรกของปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากวิกฤติโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ ที่ทำให้ยอดขายน้ำมัน และบริการต่างๆ ของปั๊มน้ำมันลดลงนั่นเองครับ

 

การเติบโตในอนาคต!?

หลังจากได้เงินระดมทุนจากการ IPO ซึ่งน่าจะได้เงินเพิ่มมาอย่างน้อย 54,000 ล้านบาท บริษัทตั้งเป้าจะนำเงินไปลงทุนในโครงการต่างๆ เพิ่มเติมดังนี้ครับ..

– เงิน 13,000 ล้านบาท จะใช้ในการขยายเครือข่ายปั๊มน้ำมัน

– เงิน 9,800 ล้านบาท ใช้ในการขยายเครือข่ายธุรกิจค้าปลีก

– เงิน 9,500 ล้านบาท ลงทุนขยายธุรกิจในต่างประเทศ

– เงิน 8,500 ล้านบาท ลงทุนขยายเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้า และศูนย์เก็บผลิตภัณฑ์

– เงิน 3,800 ล้านบาท จะใช้ในการขยายธุรกิจเชิงพาณิชย์ ที่นอกเหนือจากปั๊มน้ำมัน

– เงินส่วนที่เหลือ จะใช้ชำระหนี้สิน และเป็นทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจต่อไป

 

ราคาเสนอขายหุ้น

ราคา 16-18 บาทต่อหุ้น

วิเคราะห์คร่าวๆ ว่าราคาดังกล่าวน่าสนใจแค่ไหน!?

เมื่อเทียบกับกำไรในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีกำไร 7,816 ล้านบาท

หลังการเข้าซื้อขาย จะมีจำนวนหุ้นทั้งหมด 11,610 ล้านหุ้น คำนวณได้เป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.67 บาทต่อหุ้น

 

ถ้าซื้อที่ราคา 16 บาท จะคำนวณค่า P/E ได้ที่ 23.8 เท่า

ถ้าซื้อที่ราคา 18 บาท จะคำนวณค่า P/E ได้ที่ 26.8 เท่า

(หรือพูดง่ายๆ ว่าถ้าบริษัทยังทำกำไรได้ในระดับเท่าเดิม จะใช้เวลา 24-27 ปีในการคืนทุนนั่นเองครับ)

 

นโยบายจ่ายปันผล

อย่างน้อย 30% ของกำไรสุทธิ

 

การเสนอขายหุ้น

ไม่เกิน 3,000 ล้านหุ้น ให้ประชาชนทั่วไปจองได้ 595.70 ล้านหุ้น

 

จองซื้อหุ้นอย่างไร?

เปิดจองหุ้น 24 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2564 ในเวลาเที่ยงวันเป็นต้นไป ผ่านธนาคารกรุงไทย, กรุงเทพ และกสิกรไทย

โดยต้องซื้อขั้นต่ำคนละ 300 หุ้น จัดสรรตาม Small Lot First ใครจองน้อยได้ก่อนครับ

โดยจะวนทีละ 300 หุ้น พอครบแล้ว ก็วนเพิ่มให้ทีละ 100 หุ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด

ใครที่สนใจ ติดต่อขอหนังสือชี้ชวนและรับใบจองได้วันนั้นเลยครับ (แต่เบื้องต้นลองโทรสอบถามธนาคารทั้ง 3 ก่อนถึงวันน่าจะดีกว่าครับ)

 

หวังว่าข้อมูลนี้ จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านที่กำลังสนใจในหุ้น OR ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

และด้วยความที่ OR เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดของประเทศในกลุ่มธุรกิจนี้ น่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักลงทุนหลายๆ คน

แต่ในส่วนของค่า P/E ที่อยู่ระหว่าง 23-26 เท่านั้น ต้องวิเคราะห์เทียบกับโอกาสเติบโตของธุรกิจในอนาคต ว่าจะคุ้มค่าแก่การลงทุนมากน้อยเพียงใด

คิดเห็นอย่างไรในเรื่องของการลงทุน มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันครับ..

 

*โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาชี้ชวนให้ซื้อหรือขายหุ้นแต่อย่างใด เป็นเพียงการวิเคราะห์ส่วนตัวของทางผู้เขียนเองเท่านั้น โปรดตัดสินใจและพิจารณาข้อมูลให้รอบคอบก่อนลงทุนทุกครั้ง!!

 

 

เนื้อหา: ประณิธิ วงศ์คำจันทร์

ภาพ: พิชญา วันดี

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...