แน่นอนว่าทุกคนมุ่งหน้าสู่ตลาดหุ้น ก็เพื่อหวังจะได้ผลตอบแทนกลับไปด้วยกันแทบทั้งสิ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สถิติกลับบอกว่าคนส่วนใหญ่นั้นจะเสียเงินให้กับตลาด ในขณะที่มีเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่สามารถทำกำไรได้ในระยะยาว

นักลงทุนหน้าใหม่มักจะมีคำถามเสมอว่า อยากได้เงินปีละ 10,000 บาทจากการเล่นหุ้นทำยังไง!? มีเงินทุน 5,000 จะได้ปีละเท่าไร?? หรืออยากจะได้กำไรปีละ 200% นั้นต้องใช้สูตรไหน??

บางคนอาจจะไปเห็นเพื่อน เห็นคนรู้จัก หรือกระทั่งเห็นเหล่ามือโปรในเฟซบุ๊ก แชร์ผลงานทำกำไรวันละหลายพันไปจนถึงหลายหมื่น ส่งผลให้เกิดความโลภอยากจะทำให้ได้อย่างนั้น โดยไม่ได้มาคิดถึงปัจจัยของตัวเราเอง ว่าเรามีทุนเท่าไร มีความรู้ความเข้าใจมากเพียงใด และต้องการอะไรจากการลงทุนกันแน่

 

ตัวอย่างผลตอบแทน เมื่อคุณลงทุนกับ Warren Buffett 1,000 เหรียญ ในปีต่างๆ

 

คำถามสำคัญก็คือ “เราควรจะคาดหวังผลกำไรจากตลาดหุ้นเท่าไร!?”

คำตอบมันไม่มีแน่นอนตายตัวหรอกครับ มันไม่ผิดที่บางคนอยากจะได้แค่ปีละ 5% พอให้ชนะเงินเฟ้อ บางคนอยากจะได้ปีละ 10% เอาไว้ให้มีเงินเก็บตอนเกษียณ หรือบางคนอยากจะได้ปีละ 300% เพื่่อสร้างชื่อให้ตัวเองเป็นนักลงทุนระดับโลก

 

แต่ผมอยากจะขอยกตัวอย่างหนึ่งในนักลงทุนชื่อดังที่คิดว่าน่าจะรู้จักกันดีอย่าง Warren Buffett เจ้าของ Berkshire Hathaway นั่นเอง

ข้อมูลจากปี 1965-2014 ระบุว่าแม้จะมีบางปีที่เขาสามารถทำกำไรได้ถึง 129% หรือบางทีโอกาสไม่เอื้ออำนวย ทำผลงานติดลบ -48% แต่เฉลี่ยแล้วในระยะเวลาเกือบ 50 ปีที่ผ่านมานี้ ผลตอบแทนการลงทุนของเขาอยู่ที่ประมาณ 21.6% ต่อปี

 

 

ผมก็เลยขอยึดตัวเลขประมาณ 20% ต่อปี เป็นผลตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับนักเล่นหุ้นและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนะครับ

(คุณอาจจะอยากได้ปีละ 30% หรือ 50% หรือ 100% ซึ่งถ้าทำได้ติดต่อกันหลายทศวรรษแบบ Buffett รับรองว่าโลกจะต้องจดจำชื่อคุณแน่ๆ)

 

 

เอาล่ะครับ ทีนี้พอเราเอาเลข 20% ต่อปีมาเป็นที่ตั้ง คุณก็จะตั้งเป้าผลตอบแทนการลงทุนของคุณเองได้ง่ายขึ้น..

สมมติว่าคุณมีเงินทุน 50,000 บาท แล้วตลอดทั้งปีคุณทำผลตอบแทนได้ 10,000 บาท เฉลี่ยแล้วได้วันละเกือบ 30 บาทเท่านั้น ไม่ได้เป็นพันเป็นหมื่นอย่างที่ใครเขาโชว์ยอดกัน) คุณกำลังคิดว่าตัวเองห่วยรึเปล่าที่เล่นหุ้นได้กำไรน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำซะอีก!??

 

คำตอบคือ… ไม่ครับ

หากคุณสามารถรักษาผลตอบแทน 20% ต่อปีนี้เอาไว้ได้ ในเวลา 10 ปีข้างหน้าเงินทุนของคุณจะเติบโตเป็น 300,000 บาท พร้อมกับผลกำไรอีกปีละ 60,000 บาท (กำไรมากกว่าเงินต้นตอนแรกด้วยซ้ำ)

และเชื่อหรือไม่ว่าหากเวลาผ่านไป 20 ปี เงิน 50,000 บาทในตอนแรกนั้น จะงอกเงยขึ้นเป็น 1,900,000 บาท และยิ่งปล่อยให้ดอกเบี้ยทบต้นทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อผ่านไป 50 ปี ตอนนี้เงินทุนของคุณจะอยู่ที่ประมาณ 455,000,000 บาท อ่านชัดๆ ว่าสี่ร้อยห้าสิบล้าน โดยที่คุณเพียงแค่รักษาระดับการทำกำไร 20% ต่อปีมาเท่านั้นเอง

 

 

ทีนี้สำหรับคนงบน้อย ลองปรับตัวเลขลงมาอีกหนึ่งหลักนะครับ คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยเงินเก็บก้อนเล็กๆ แค่ 5,000 บาท แต่หากสามารถสร้างผลกำไรในระดับนี้ได้เรื่อยๆ

10 ปีผ่านไป เงินเก็บคุณจะกลายเป็น 30,000 บาท

20 ปีผ่านไป เงินเก็บคุณจะกลายเป็น 190,000 บาท

50 ปีผ่านไปคุณเกษียณอายุ คุณไม่มีรายได้ทางอื่น แต่เงินเก็บคุณจะกลายเป็น 45,000,000 บาท นั่นคือสี่สิบห้าล้านบาทจากการลงทุนไม่กี่พันบาท คุณคงมีชีวิตวัยเกษียณที่หลายคนอิจฉาแน่ๆ

 

 

บางคนมองการคาดหวังกำไรเกินควร แล้วคิดว่าตัวเองมีเงินทุน 50,000 บาท ทำยังไงถึงจะรวย ต้องเล่นไม่ยั้ง ต้องรวยให้เร็ว คุณคาดหวังเงินผลตอบแทน 100% ต่อปี ต้องได้ปีนี้ 50,000 บาท หรือต้องได้วันละ 1,000 บาท โดยกำหนดเป็นตัวเลขแน่นอนตายตัว

ซึ่งผมเองก็ไม่ปฏิเสธว่าในช่วงตลาดเอื้ออำนวย คุณสามารถทำได้ และบางทีอาจจะไม่ใช่แค่ 100% คุณอาจจะได้ 200% 300% หรือได้ติดต่อกัน 2-3 ปีก็ได้

แต่ประวัติศาสตร์บอกเอาไว้ว่าเรื่องดังกล่าวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะคุณจะไม่สามารถรักษาผลกำไรแบบ 100% ติดต่อกันนานหลายปีได้เลย (ไม่ได้ดูถูกนะครับ แต่ถ้าหากคุณทำได้ล่ะก็ คุณจะเป็นสุดยอดนักลงทุนของโลกคนต่อไปแน่ๆ)

 

 

จากคำกล่าวที่ว่าระบบการลงทุนเป็นแค่ 10% ของความสำเร็จ การบริการเงินอีกแค่ 30% และที่เหลือ 60% นั้นคือจิตใจของเราล้วนๆ ที่จะต้องปรับแนวคิดและคาดหวังผลกำไรอย่างถูกต้องเหมาะสม

เพราะฉะนั้นหากไม่ปรับ Mindset หรือแนวคิดด้านการลงทุนให้ถูกต้องเสียก่อน ก็คงยากที่จะรักษากำไรในระยะยาว และสุดท้ายก็หนีไม่พ้นการเป็นเหยื่ออีกรายหนึ่งในโลกแห่งเกมผลประโยชน์ ที่มีคนพร้อมจะขย้ำคนที่พลาดอยู่เสมอนั่นเองครับ…

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...