รู้หรือไม่ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยไปแล้วเกือบ 1 ล้านล้านบาท

โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีหลังที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2560 มาจนถึงปัจจุบันที่ยังไม่ครบปี ไม่มีปีที่ไหนที่นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย มากกว่าการขายทิ้งเลย

ตัวเลขขายทิ้งในช่วงดังกล่าว รวมกันสูงถึง 722,000 ล้านบาท

สาเหตุนั้นมีการวิเคราะห์กันเอาไว้หลายประเด็น ซึ่งโดยรวมแล้วก็จะเป็นสองเรื่องหลักๆ คือการโยกย้ายเงินทุนจากตลาดหุ้นไทย ไปยังตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่นักลงทุนมองว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า

อีกอย่างก็คือการขึ้นมาอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นอเมริกา รวมถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดูจะเริ่มฟื้นตัวได้ดี เม็ดเงินจึงถูกดึงกลับไปยังตลาดใหญ่ดังกล่าว

 

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะถูกเทขายหนักเกือบล้านล้านบาท แต่ตัวเลขดัชนีหุ้นไทยเมื่อ 5 ปีก่อน กับปัจจุบันนี้ แทบจะไม่ขยับไปไหนเลย?

ถ้าย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2560 ดัชนี้ SET ของหุ้นไทยอยู่ที่ 1,548 จุด

ส่วนเมื่อวานนี้ ดัชนี้หุ้นไทยปิดตลาดไปที่ 1,542 จุด มีการเปลี่ยนแปลงแค่ 0.4% เท่านั้น

ถึงแม้ในช่วงปี 2561 ตลาดหุ้นไทยจะเคยขึ้นไปสูงถึง 1,850 จุด หรือในช่วงวิกฤติโควิด-19 ระลอกแระ จะไปทำจุดต่ำสุดที่ 969 จุดก็ตาม

แต่สุดท้ายมันก็วนกลับมาในระดับเดิม.. เท่ากับว่ายังคงมีกำลังซื้อจากนักลงทุนในกลุ่มอื่นๆ เข้ามาช่วยเอาไว้

ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลที่ว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กลุ่มนักลงทุนรายย่อยของไทย เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 1.4 ล้านบัญชี

เมื่อเทียบกับข้อมูลบัญชีทั้งหมดประมาณ 4.6 ล้านบัญชีในปัจจุบัน ก็เท่ากับว่า 30% ของบัญชีทั้งหมด คือบัญชีซื้อขายหุ้นที่ถูกเปิดใหม่มาไม่นานนัก

อาจจะเป็นเพราะด้วยสาเหตุหลายอย่าง เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ทำให้คนสนใจการลงทุนมากยิ่งขึ้น

หรือพอล็อกดาวน์ คนก็เลยหันมาสนใจการซื้อขายหุ้นออนไลน์มากขึ้น

รวมถึงกระแสอันร้อนแรงของคริปโทเคอร์เรนซี ก็ทำให้คนเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์มากยิ่งขึ้น ก็เป็นได้เช่นกัน

(ในจุดนี้ อย่าลืมว่าตัวเลขนั้น อาจจะเป็นลูกค้ารายเก่าบางส่วน เปิดบัญชีซื้อขายใหม่เพิ่มด้วยเล็กน้อยนะครับ)

ซึ่งเม็ดเงินจากนักลงทุนกลุ่มนี้ ก็ช่วยกันซื้อหุ้นตั้งแต่ต้นปีแล้วถึง 131,000 ล้านบาท

ตรงกันข้ามกับนักลงทุนต่างชาติ ที่ขายไปตลอดทั้งปี 100,000 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบัน ก็ขายรวมกัน 37,000 ล้านบาทแล้ว

เพื่อให้ภาพชัดเจนขึ้นไปอีกนิด ปี 2563 ที่ผ่านมา ต่างชาติเทขายหุ้นไทยไป 260,000 ล้านบาท แต่ก็มีบัญชีรายย่อยรวมกันซื้อหุ้น 210,000 ล้านบาท

เพราะฉะนั้นจะเรียกว่าในช่วงปีสองปีนี้ กลุ่มนักลงทุนรายย่อยคือผู้ที่ “แบก” ตลาดหุ้นไทยเอาไว้นั่นเอง

 

ก่อนที่เราจะมาลุ้นกันในช่วงสิ้นปีนี้ ว่าสุดท้ายแล้วตัวเลขนักลงทุนต่างชาติทิ้งหุ้นไทย จะติดลบต่อกันเป็นปีที่ 5 จริงหรือไม่?

ยังมีข้อมูลน่าสนใจอีกอย่างว่า “ครั้งสุดท้าย” ที่เศรษฐกิจไทยติดลบ 2 ปีติดต่อกัน ต้องย้อนกลับไป 20 กว่าปีก่อน ซึ่งนั่นเกิดขึ้นในวิกฤติต้มยำกุ้ง

ปี 2540 เศรษฐกิจไทยหดตัว -2.75% ส่วนปีถัดมาเลวร้ายกว่า หดตัวถึง -7.63%

ตัดภาพมาที่ปี 2563 เศรษฐกิจไทยหดตัวไปแล้ว -6% จึงน่าจับตามองว่าหากเศรษฐกิจไทยไม่ฟื้นตัวได้ดีตามที่คิดเอาไว้

นี่อาจจะเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่เศรษฐกิจไทยจะติดลบ 2 ปีติดต่อกันอีกครั้ง…

 

 

ที่มา:

www.set.or.th/th/market/securities_company_statistics64.html

Trade Master หลักทรัพย์บัวหลวง

https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.KD.ZG?end=2020&locations=TH&start=1961

www.thestandard.co/foreign-investors-sell-thai-stock/

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...