รู้จัก 7 บริษัทเครือ ปตท. ในตลาดหลักทรัพย์ไทย

PTT หรือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นอกจากจะเป็นบริษัทที่มีรายได้สูงสุด กำไรสูงสุด ยังเป็นบริษัทที่มูลค่ากิจการมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

ซึ่งนั่นแสดงถึงทั้งความสำคัญของบริษัทต่อเศรษฐกิจไทย และการขึ้นลงของราคาหุ้น PTT ก็ยังส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยโดยรวมเช่นกัน

เพราะไม่ได้มีแค่ PTT เท่านั้น แต่ยังมีจะมีบริษัทในเครือ และบริษัทที่มี PTT เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทยหลายแห่งด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น..

 

1. PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

บริษัทลูกที่ทำหน้าที่ตามชื่อก็คือ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ทั้งในไทยและต่างประเทศ ถือเป็นอีกบริษัทที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของ PTT ในช่วงนับสิบปีที่ผ่านมา

PTTEP มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 440,000 ล้านบาท โดย PTT ถือหุ้นอยู่ 63.79%

 

2. PTTGC บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

อีกหนึ่งบริษัทลูกของ PTT ซึ่งมีขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นไทย ซึ่งแยกตัวออกมาเพื่อดำเนินธุรกิจด้านปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

PTTGC มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 278,000 ล้านบาท โดย PTT ถือหุ้นอยู่ 47.68%

 

3. GPSC บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

ธุรกิจหลักของ GPSC คือผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ก็ยังประกอบกิจการและลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย โดยมี PTT ถือหุ้น 22.81% และ PTTGC ถือหุ้น 22.73%

มูลค่าของบริษัท GPSC อยู่ที่ประมาณ 235,000 ล้านบาท

 

4. TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

อีกหนึ่งบริษัทลูกของ PTT ซึ่งเป็นธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

TOP มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 117,000 ล้านบาท และ PTT ถือหุ้น 45.03%

 

5. IRPC บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

อีกหนึ่งธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีแบบครบวงจร มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 74,000 ล้านบาท และ PTT ถือหุ้น 47.55%

 

6. TIP บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ธุรกิจสุดท้ายนี้อาจจะดูไม่เกี่ยวข้องกับเครือหลักเท่าไรนัก เพราะทิพยประกันภัย จะทำธุรกิจด้านประกันและการลงทุน  อย่างไรก็ตาม หลายๆ ธุรกิจในเครือ PTT ต้องมีการใช้ประกันความเสียหายอยู่เป็นประจำ ทำให้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ประมาณ 13.33%

TIP มีมูลค่ากิจการประมาณ 16,000 ล้านบาท

 

 

และล่าสุด หากบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ก็จะกลายเป็นบริษัทในลำดับที่ 8

ซึ่งตามการคาดการณ์ นี่จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีรายได้ระดับ 500,000-600,000 ล้านบาทต่อปี มีกำไรในระดับ 10,000 ล้านบาท

และจะมีมูลค่ากิจการมากถึง 200,000 ล้านบาท ติดระดับท็อป 20 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยโดยทันที

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...