หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ล่าสุดการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ย้ายไปสำนักงานใหม่ ย่านเพรชรบุรีเป็นที่เรียบร้อย

ความน่าสนใจของออฟฟิศใหม่นี้ นอกจากจะเป็นศูนย์บริหารจัดการทางด่วนทุกสายภายใต้ความควบคุมแล้ว ยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากเลยล่ะ

 

 

ก่อนจะพูดถึงเทคโนโลยี เรามาพูดถึงความสำคัญของศูนย์ควบคุมนี้ก่อนแล้วกัน

เนื่องจากทาง กทพ. มีทางด่วนภายใต้ความดูแลรับผิดชอบทั้งหมด 8 สายทาง ระยะสายทางรวมกัน 224.6 กิโลเมตร​

ซึ่งแต่ละสายทางก็จำเป็นจะต้องมีศูนย์ย่อยทำหน้าที่ควบคุมดูแลเป็นการเฉพาะ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปกติ หรือเกิดเหตุจำเป็นเร่งด่วนอะไรขึ้นมา

ทีนี้ ศูนย์หลักที่เป็นสำนักงานใหม่นี่แหละ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์แม่ ซึ่งคอยควบคุมศูนย์ต่างๆ อีกทีหนึ่ง

โดยที่จะมีชื่อแบบเป็นทางการว่า “ศูนย์บริหารการจราจรทางพิเศษ หรือ Expressway Traffic Management Center (ETMC)”

 

 

เอาล่ะ เพื่อให้การควบคุมดูแลทางด่วนทุกสายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีต่างๆ ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ ซึ่งจากการที่ได้เข้าไปชมมา ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

เริ่มจากระบบ Single Command Center ดึงภาพจากกล้องกว่า 500 ตัว มาแสดงผลบนหน้าจอที่ศูนย์ใหญ่แบบเรียลไทม์

ซึ่งภาพก็จะถูกแสดงอยู่บน Wall Display แผงหน้าจอขนาดใหญ่ที่ใช้จอขนาด 55 นิ้ว 125 จอ มาเรียงต่อกัน

 

 

จุดนี้ทีมงานบอกว่าทำมารองรับเผื่ออนาคตไว้เรียบร้อย ที่จะมีการเพิ่มกล้องเป็น 1,600 ตัว ให้สามารถควบคุมและจัดการเหตุเฉพาะหน้าได้อย่างปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากเทคโนโลยีนี้แล้ว ยังมีากรพูดถึงการใช้งานฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เราเรียกว่า Big Data ซึ่งข้อมูลเหล่านั้น มีมากซะจนเราคาดไม่ถึงเลย

แต่พอมีการจัดการข้อมูลที่ดีล่ะก็ สามารถช่วยประเมินสถานการณ์ต่างๆ เช่น คาดการณ์สภาพจราจรล่วงหน้า คาดการณ์ระยะเวลาเดินทาง

 

หรือข้อมูลต่างๆ ที่จะช่วยในการทำงาน อย่าง ระบบยังมีการตรวจจับอุบัติเหตุแบบอัตโนมัติ ที่ก็ถือว่าน่าสนใจ

เพราะทันทีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ทางศูนย์ก็จะรู้ได้ทันทีแบบไม่ต้องรอใครมาโทรแจ้ง เพื่อจัดการได้อย่างทันท่วงทีอีก

 

ที่พูดมาข้างต้น อาจจะยังไม่รู้สึกว่าใกล้ตัวคนใช้งานมากเท่าไร (เพราะใครๆ ก็คงไม่คิดว่าตัวเองจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ แน่)

เรามาพูดถึงระบบใหม่ที่น่าจะใกล้ตัวเรามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ กทพ. พัฒนามาใหม่อย่าง “ศูนย์บริหารข้อมูลระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษ หรือ EXAT Toll Monitoring Center”

ศูนย์นี้คือการเปลี่ยนข้อมูลค่าผ่านทางทุกอย่างมาอยู่ในระบบฐานข้อมูล และรีเฟรชข้อมูลการผ่านทางได้ทุกๆ 5 นาที แถมยังเรียกดูย้อนหลังได้นานถึง 1 ปี

ซึ่งก็จะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในการจะหยิบใช้ข้อมูล หรือตามเช็คเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือรถคันไหนก็ตามที่ผ่านขึ้นมาบนทางด่วน ก็จะมีการเก็บข้อมูลเอาไว้ทั้งหมด

และที่บอกว่าใกล้ตัวเรา ก็เพราะนี่จะเป็นการเตรียมพร้อมสู่ M-FLOW หรือด่านที่คนขับรถไม่ต้องชะลอ ระบบจะเก็บค่าผ่านทางโดยอัตโนมัติ แบบหลายประเทศที่พัฒนาแล้วได้ใช้งานกันนั่นเอง

 

จากการทัวร์ชมออฟฟิศใหม่ครั้งนี้ ก็ได้เห็นถึงความตั้งใจในการใช้เทคโนโลยี มายกระดับการบริหารงานของทางพิเศษไปอีกขั้นนึง

ซึ่งเราก็เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อทั้งการจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลดีต่อผู้ใช้ถนนอย่างเราๆ ได้อย่างดีอีกด้วย

 

 

ปิดท้าย ทาง กทพ. ยังมีแอปพลิเคชันอำนวยความสะดวกให้คนใช้ทางด่วนแบบครบวงจร ทั้งการตรวจสอบยอดเงิน-เติมเงิน Easy Pass รวมถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอีกเพียบ

ใครที่สนใจก็ตามไปดาวน์โหลดแอปฯ EXAT Portal ไปใช้ได้ในทุกช่องทางตามลิงก์นี้เลย

iOS: https://apple.co/3xXmQg8

Android: https://bit.ly/3qtLeUb

แสดงความคิดเห็น...