Charlie Munger คือใคร?

ก่อนอื่นขอแนะนำนักลงทุนคนนี้ให้ผู้อ่านได้รู้จักสักเล็กน้อยนะครับ

หลายคนอาจคุ้นชื่อ Warren Buffett นักลงทุนระดับตำนานที่สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยในระดับ 20% ต่อปี ได้ยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

ซึ่ง Charlie วัย 97 ปีคนนี้ ก็เปรียบเสมือนมือขวาของ Warren ที่ร่วมกันวางแผนลงทุนมาโดยตลอด และที่สำคัญ “แนวคิดด้านการลงทุนระยะยาว” ของทั้งคู่ ก็ดูจะคล้ายคลึงกันอย่างมากเสียด้วย

ทำให้ทุกครั้งที่พูดถึงแนวคิดการลงทุนของ Warren Buffett ก็จะต้องมีแนวคิดของ Charlie ควบคู่มาด้วยเสมอ..

 

Warren Buffet & Charlie Munger

 

เมื่อวานนี้ในงานประชุมผู้ถือหุ้นของธุรกิจสื่อแห่งหนึ่ง Charlie Munger ก็ได้เข้าร่วม และเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้สอบถาม

มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ ถูกถามขึ้นมาว่า..

“ระหว่างราคาหุ้นของ Tesla ที่ขึ้นมาสูงมาก กับ Bitcoin ที่ขึ้นมาสูงมากนั้น อะไรดูบ้าคลั่งกว่ากัน?”

นั่นเพราะว่า ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมานั้น สินทรัพย์ทั้งสองอย่างอยู่ในความสนใจของนักลงทุน เป็นข่าวได้ทุกวัน แถมยังสร้างผลตอบแทนสูงถึง +400% อีกด้วย

 

ซึ่งคำตอบของเขาก็ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเขานั้นก็คิดว่า “ไม่รู้อันไหนมันแย่กว่ากัน” หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ.. เขามองว่ามันแย่ทั้งคู่!!

เริ่มจาก Tesla ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งกำลังถูกมองว่าจะมาเปลี่ยนโลกยานยนต์ในอนาคต ทั้งการขายรถยนต์ การเป็นบริษัทพลังงาน เทคโนโลยีรถไร้คนขับ เทคโนโลยีอวกาศ ไปจนถึงการเข้าซื้อ Bitcoin

 

สาเหตุที่เขามองว่ามันแย่นั้น เพราะอะไรกัน?

ในจุดนี้ ทางเราวิเคราะห์แนวคิดของ Charlie ว่าคงไม่ใช่เพราะ Tesla เป็นธุรกิจที่ไม่ดีแต่อย่างใด

แต่น่าจะเป็นเพราะว่า ตอนนี้ธุรกิจของ Tesla ยังไม่แน่ชัดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้เป็นตัวเลขจริงๆ

ในขณะที่ราคาหุ้น ก็ถูกคาดหวังสูงเกินไป สูงเสียจนไม่สามารถหาตัวเลขมาประเมินค่าของบริษัทและธุรกิจได้แน่ชัด ว่าในอนาคตที่โลกยานยนต์เปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้าหมดแล้ว จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากน้อยเพียงใด

 

 

แล้วในส่วนของ Bitcoin ล่ะ!?

เนื่องจากตัวของ Charlie เองก็ไม่ได้ลงทุนในสินทรัพย์ที่ประเมินค่าได้ยาก หรือไม่ได้สร้างกระแสเงินสดอย่าง “ทองคำ” อยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นไม่ต้องถามเลยว่าเขาคิดจะลงทุน Bitcoin บ้างหรือไม่.. คำตอบสั้นๆ ก็คือ “ไม่”

คุณ Charlie ยอมรับว่าเขาอาจจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน และไม่รู้เลยว่าในอนาคตระบบชำระเงิน หรือระบบธนาคารจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนกันแน่

แต่สิ่งที่เขาคิดก็คือ ธนาคารนั้นอย่างไรก็ยากที่จะล้ม และธนาคารที่ดีจะมองหาวิธีปรับตัวได้เสมอ ต่อให้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปได้อย่างไรก็ตาม

นอกจากนี้ ทั้งรัฐบาลและธนาคารกลางประเทศต่างๆ นั้นชอบที่จะควบคุมระบบการเงิน จึงยากที่จะเห็นสินทรัพย์อย่าง Bitcoin ที่ควบคุมไม่ได้ แถมมีความผันผวนสูง มาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนได้ง่ายๆ

 

ในส่วนหลังนี้ ความเห็นของเรามองว่าธนาคารกลางของหลายประเทศเอง ก็เริ่มพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของตนเองบนระบบบล็อกเชนมาแล้ว

ซึ่งในอนาคตอันใกล้ ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่สกุลเงินของแต่ละประเทศที่ทำงานบนบล็อกเชน จะเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแทนที่เงินธรรมดา

ยกตัวอย่างประเทศจีน ซึ่งเริ่มมีการทดสอบใช้ “เงินหยวนดิจิทัล” ในหลายพื้นที่ และกำลังขยายการทดสอบไปให้มากขึ้น เพื่อมองไปถึงการใช้มันควบคู่กับเงินหยวนในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่สรุปมานี้ ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของ Charlie Munger ซึ่งแนวคิดดังกล่าวอาจจะถูกหรือผิดก็เป็นไปได้เช่นกัน..

แล้วถ้าถามตัวคุณเอง คิดเห็นในเรื่องของหุ้น Tesla และ Bitcoin ว่าเป็นอย่างไรบ้าง? เหมือนหรือแตกต่างกับที่ Charlie มองอย่างไร?

ลองมาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนในประเด็นดังกล่าวกันต่อในคอมเมนต์ได้เช่นเคยครับ..

 

 

แสดงความคิดเห็นได้ที่

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...