ย้อนกลับไปเมื่อต้นปีนี้ Tencent บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เคยมีมูลค่าถึง 30 ล้านล้านบาท

แต่ด้วยสภาวะตลาดหุ้นที่ไม่เป็นใจ และนโยบายของรัฐบาลจีนที่ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดการผูกขาดมากเกินไป โดยเพ่งเล็งไปที่บริษัทใหญ่ และบริษัทเทคโนโลยี

ซึ่ง Tencent ก็เข้าข่ายทั้ง 2 ข้อ ส่งผลให้นักลงทุนพากันแห่เทขาย จนกระทั่งมูลค่ากิจการลดลงมาเหลือเพียง 18 ล้านล้านบาทในตอนนี้

แต่จากการประกาศผลประกอบการช่วงครึ่งปี 2021 ที่ผ่านมา อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ้นจีน และดึงดูดความสนใจของนักลงทุนได้อีกครั้ง…

 

 

ถึงแม้จะเผชิญวิกฤติในด้านราคาหุ้น แต่ในด้านผลประกอบการ Tencent ยังคงทำกำไรในครึ่งปีนี้ได้เพิ่มขึ้นไปอีก 49% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปีก่อน

เท่ากับว่าเพียงแค่ครึ่งปีนี้ บริษัทกวาดกำไรไปแล้วกว่า 470,000 ล้านบาท

โดยภาพรวมในแทบทุกกลุ่มธุรกิจ แสดงตัวเลขของการเติบโตที่เพิ่มขึ้น

– ธุรกิจโซเชียล WeChat มียอดผู้ใช้งานรายเดือนเพิ่มขึ้น 4%

– ธุรกิจคอนเทนต์ดิจิทัล เติบโตขึ้น 13%

– ธุรกิจเกม ยังเติบโตอยู่ 12%

– โฆษณาออนไลน์ ได้รับผลดีจากสัญญาโฆษณาในโอลิมปิกด้วย ก็โต 23%

– ธุรกิจฟินเทค และลูกค้าองค์กร รายได้โต 40%

 

ทางด้านซีอีโอ Ma Huateng คนรวยที่สุดอันดับสองของจีนในตอนนี้ ระบุว่าการเติบโตของบริษัท เป็นไปได้ด้วยดีในทุกกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มเกมนั้น ได้รับผลดีจากฐานผู้เล่นต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่กลุ่มของลูกค้าองค์ กำลังจะช่วยเร่งให้บริษัทเติบโตมากขึ้นได้อีกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในการรายงานผลประกอบการ ก็ไม่ได้มีการพูดถึงการแทรกแซงของรัฐบาลจีนแต่อย่างใด อย่างเช่นการระงับเข้าซื้อกิจการเว็บสตรีมมิ่งเกม การไม่ให้ผูกขาดลิขสิทธิ์เพลง หรือกระทั่งปรับเงินด้วยก็ตาม

ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึง แม้เรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากก็ตามที

 

Valorant อีกหนึ่งเกมที่ช่วยสร้างรายได้มหาศาล

 

โอกาสในการเก็บของถูก… ใช่หรือไม่?

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หุ้นของ Tencent เคยมีการซื้อขายกันที่ P/E 34 เท่า หรือเท่ากับนักลงทุนมองภาพว่าบริษัทใหญ่แห่งนี้ จะรักษาการเติบโตที่สูงมากเอาไว้ได้

แต่ตัดภาพมาตอนนี้ ซื้อขายกันเพียง P/E 19 เท่า เท่านั้นเอง

มูลค่าบริษัทที่หายไปเกือบเท่ากับ GDP ของไทย จึงไม่แปลกอะไรที่นักลงทุนหลายๆ กลุ่ม จะมีความคิดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

สำหรับหลายคน นี่คือช่วงเวลาวิกฤติ และควรจะโยกย้ายเงินทุนจากตลาดหุ้นจีน ไปยังตลาดอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า หรือไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลที่กระทบหนักขนาดนี้

สำหรับอีกหลายคน นี่อาจจะเป็นช่วงเวลาแห่ง “โอกาส” ของการเข้าซื้อหุ้นถูก ที่อาจจะไม่ได้เห็นบ่อยครั้งนัก

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่กำลังจะเข้าซื้อ ต้องไม่ลืมข้อสำคัญที่ว่า ตลาดหุ้นจีนในช่วงขาลงนี้ ยังไม่มีใครรู้เลยว่าจะลงไปถึงเมื่อไร?

และหากรัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าออกนโยบายควบคุมต่อไป ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงไปเรื่อยๆ แบบนี้.. เราก็อาจจะเห็นหุ้นจีน ทำท่าจะซึมไปอีกสักพัก แม้บริษัทจะสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องก็เป็นได้

แล้วคุณเองล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรบ้าง?

 

 

(อ่านรายงานผลประกอบการฉบับเต็มได้ที่นี่)

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...