เชื่อว่านี่คือคำถามที่ทำให้นักลงทุนมือใหม่หลายคน เกิดความสงสัย และอาจจะสับสนระหว่างรูปแบบการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมนี้

BillionWay ขอทำตารางเปรียบเทียบ และอธิบายความแตกต่างที่สำคัญมาให้เข้าใจแบบง่ายๆ

 

 

เริ่มจากกองทุนรวม การลงทุนสำหรับมือใหม่กันก่อน

นักลงทุนมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีความเข้าใจมากนัก มักจะถูกบอกให้เริ่มลงทุนในกองทุนรวม เพราะจะเสี่ยงน้อยกว่าการเอาเงินไปลงหุ้นแบบรายตัว

ซึ่งจะว่าไปก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง เพราะกองทุนรวมที่จัดตั้งอย่างถูกกฎหมายนั้น จะมีบริษัทจัดการกองทุนรวมที่ดี มีการกำหนดนโยบายลงทุนที่ชัดเจน และมี “ผู้จัดการกองทุน” คอยคัดเลือกหุ้นมาลงทุน

ยกตัวอย่างเช่น กองทุนรวมหุ้นไทยใน SET50 ก็จะเน้นการลงทุนในหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์คัดเลือกมาแล้ว 50 ตัวในตลาดหุ้นไทย ซึ่งถึงแม้ผลตอบแทนอาจจะไม่ดีระดับ 20-30% ต่อปี แต่ก็เสี่ยงขาดทุนน้อยกว่าหุ้นอีกหลายตัว

เราพูดถึงข้อดีไปแล้ว มาดูข้อเสียของกองทุนรวมกันบ้าง

ข้อเสียหลักๆ เนื่องจากมีผู้จัดการกองทุน คอยคัดเลือกหุ้นและลงทุนตามนโยบาย เราก็จะไม่สามารถเจาะจงไปที่หุ้นรายตัวได้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการซื้อขายที่แล้วแต่บริษัทจัดการกองทุนแต่ละแห่งกำหนด รวมถึงราคาที่จะไม่ได้ซื้อขายแบบเรียลไทม์ แต่จะเป็นราคาที่สรุปปิดยอดของวันนั้นๆ

 

ถัดมาคือการลงทุนในหุ้น

ส่วนที่แตกต่างจากกองทุน หลักๆ เลยก็คือเราสามารถเลือกการลงทุนได้เองอย่างอิสระ ยกตัวอย่างเช่น ในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นอยู่มากกว่า 2,600 บริษัท เราก็สามารถจิ้มซื้อได้ทุกตัวโดยไม่มีใครมาบังคับ

แต่ก็ตามมาด้วยข้อเสียสำคัญ เพราะในเมื่อไม่มีใครมากำหนดทิศทางการลงทุนของเรา โอกาสได้กำไรหรือขาดทุน ก็ขึ้นอยู่กับเราล้วนๆ

และบางครั้งการเข้าซื้อบริษัทที่กำลังแย่ หรือหุ้นที่ไม่ดี ก็ทำให้เงินหลักล้านของหลายๆ คน เหลือเพียงแค่ไม่กี่หมื่นได้ด้วยเช่นกัน

ส่วนข้อแตกต่างปลีกย่อยอื่นๆ ก็เช่น การซื้อขายหุ้นจะซื้อในเวลาเปิด-ปิดของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งของไทยก็จะเปิดในช่วงสายและช่วงบ่าย

นอกจากนี้เรายังสามารถซื้อได้แบบเรียลไทม์ เห็นหุ้น A ตั้งราคาไว้ที่ 10 บาท ก็กดซื้อได้ทันที ไม่ต้องส่งคำสั่งทิ้งไว้ แล้วไปรอราคาปิดตอนสิ้นวันแบบการซื้อกองทุน

 

สุดท้าย มาถึง ETFs การลงทุนลูกผสมที่กำลังได้รับความนิยม

มาถึง ETFs กันบ้าง ซึ่งจะเหมือนกับลูกผสมระหว่างหุ้นและกองทุนก็ว่าได้ หรือจะพูดง่ายๆ ว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อกลบข้อเสียของการลงทุนสองประเภท

เริ่มจากข้อเสียทางฝั่งหุ้น ที่นักลงทุนมือใหม่อาจจะต้องศึกษาอย่างหนัก เพื่อเลือกการลงทุนให้ถูกบริษัท มิฉะนั้นแล้วเงินลงทุนก็อาจจะหายวับไปได้เลย

ในส่วนของกองทุน การซื้อขายจะทำได้ไม่คล่องตัว ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท แถมราคาก็ไม่มีการเคลื่อนไหวในวัน สรุปราคากันตอนสิ้นวันนั้นอีก

ETFs ก็คือกองทุนรวมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะมีทั้งที่ลงทุนเน้นการสร้างผลตอบแทนตามดัชนีต่างๆ หรือลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ

ยกตัวอย่างเช่น

ETFs ลงทุนในทองคำ ก็จะมีการเคลื่อนไหวตามราคาทองคำ

ETFs ลงทุนในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ก็จะเข้าซื้อหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวตามที่เขียนเอาไว้ และผลตอบแทน ก็ขึ้นอยู่กับการขึ้นลงของหุ้นกลุ่มนั้น

ข้อดีของ ETFs ก็คือมีทั้งผู้จัดการกองทุนเป็นผู้คัดสรรการลงทุน ให้ลงทุนตามนโยบายที่ระบุเอาไว้ตั้งแต่แรก และสามารถซื้อขายได้แบบเรียลไทม์ ตามเวลาเปิดปิดของตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง

แต่ข้อเสียที่ยังเหลืออยู่ก็จะคล้ายๆ กับข้อเสียบางอย่างของกองทุน ยกตัวอย่างเช่น จะไม่สามารถเจาะจงหุ้นรายตัวได้เอง หรือผลตอบแทนอาจจะไม่หวือหวาเท่ากับหุ้นรายตัวเช่นกัน

 

หวังว่าการอธิบายเปรียบเทียบคร่าวๆ นี้ จะช่วยให้มือใหม่หลายคนเข้าใจความแตกต่างของการลงทุนในทั้ง 3 รูปแบบที่นิยมกันได้มากยิ่งขึ้น

หากใครอยากเพิ่มข้อมูลในจุดใด หรือใครที่ยังคงมีข้อสงสัย ก็สามารถมาร่วมพูดคุยกันต่อในคอมเมนต์ได้เช่นกันครับ

 

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...