สรุป “นโยบายจีนเดียว” ที่หลายคนอยากรู้ว่า คืออะไรกันแน่!?

 

ก่อนอื่น เราต้องย้อนกลับไปในปี 1911

เริ่มจากการที่ “ซุน ยัดเซ็น” ตั้งใจจะเปลี่ยนประเทศจีนจากระบอบกษัตริย์ เป็นระบอบสาธารณรัฐ

ด้วยความร่วมมือจากคนสนิท “เจียง ไคเช็ก” และกำลังทหารจาก “หยวน ชื่อไข่” ในที่สุดพรรคก๊กมินตั๋งของเขา ก็สามารถโค่นล้มราชวงศ์ชิงลงได้ และสถาปนา “สาธารณรัฐจีน” ขึ้นมาที่เมืองนานกิง

อย่างไรก็ตาม หลังจากก่อตั้งสาธารณรัฐจีน กลายเป็นว่า “หยวน” นั้นกลับทิ้งหลักการสาธารณรัฐ และพยายามรื้อฟื้นระบบจักรพรรดิขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อตั้งตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์

ต่อมาเมื่อหยวนตายลง จีนจึงแตกแยกกลับไปสู่ยุคขุนศึก ที่แต่ละคนตั้งตนปกครองดินแดนของตนเองอีกครั้ง

 

ดร.ซุน ยัดเซ็น

 

การถือกำเนิดของพรรคคอมมิวนิสต์ ปี 1921

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 จีนรับวัฒนธรรมคอมมิวนิสต์จากทางรัสเซีย นำไปสู่การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นมา โดยมีเป้าหมายในการปฏิวัติจีนให้เป็นระบอบคอมมิวนิสต์

พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้รับการสนับสนุนด้านแนวคิด ความรู้ และการฝึกทหารจากทางฝั่งรัสเซีย

พรรคคอมมิวนิสต์มีคนเข้าร่วมจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็คือกลุ่ม ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปกครองในแบบปัจจุบัน และหวังว่าระบอบการปกครองที่ทำให้คนเท่ากันนั้นจะเกิดขึ้นจริง

กลับไปที่ “ซุน ยัดเซ็น” ซึ่งรู้สึกว่าตนเองโดนหักหลังจากหยวน ได้ก่อตั้งโรงเรียนทหารขึ้นในปี 1924 เพื่อเสริมกำลังให้กับพรรคก๊กมินตั๋ง โดยมี “เจียง ไคเช็ก” อยู่เคียงข้างเขา

ซุนซึ่งต้องการความรู้ด้านการทหารจากทางรัสเซีย จึงปรับโครงสร้างพรรคก๊กมินตั๋ง ให้สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาเข้าร่วมด้วยเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

แม้เจียงจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรนัก แต่นั่นก็นำไปสู่การสร้างสายสัมพันธ์ฉันเพื่อนของ “เจียง ไคเช็ก” แห่งพรรคก๊กมินตั๋ง และ “เหมา เจ๋อตง” แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน

 

เจียง vs เหมา ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน

แม้เจียง และเหมา จะเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจและเคารพในตัว “ซุน” ทั้งคู่ แต่จุดยืนที่แตกต่างกัน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถึงจุดแตกหัก

ในปี 1927 หลังจากที่เจียง นำกองทัพของตนเองปราบขุนศึกในทางตอนเหนือ ด้วยเป้าหมายในการรวมชาติจีนให้เป็น “จีนเดียว” อีกครั้ง

ขวากหนามชิ้นสุดท้ายของเจียง ก็คือ “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” ต่อต้านเขาแบบคลื่นใต้น้ำ และหวังเปลี่ยนประเทศเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องกำจัด

จุดแตกหักเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 1927 เมื่อมีการจับและประหารชีวิตของ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนหลายคน

นั่นทำให้เกิดสงครามกลางเมืองของจีนที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 20 ปี และสิ้นสุดความสัมพันธ์ของ “เจียง” และ “เหมา” ไปจนถึงวันที่ทั้งสองสิ้นชีพ

 

“เจียง” และ “เหมา”

 

“เจียง” กับการหนีไปตั้งสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน

สงครามระหว่างพรรคก๊กมินตั๋ง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน เกิดขึ้นยืดเยื้อตั้งแต่ปี 1927 ไปจนถึงปี 1949

(ซึ่งระหว่างนั้นก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ควบคู่กันไปด้วย เราจึงได้เห็นการสงบศึกเพื่อต่อต้านกับญี่ปุ่น และการแว้งตีกันเองจนเป็นดราม่าไม่รู้จบ)

 

ในช่วงแรกนั้น เจียงเกือบจะกำจัดพรรคคอมมิวนิสต์ได้จนสิ้น

แต่เมื่อทำไม่สำเร็จ กลายเป็นว่าหลังจากปี 1946 กองทัพปลดปล่อยประชาชนของเหมา สามารถมีชัยชนะเหนือกองทัพของเจียงได้ถึง 3 ครั้งใหญ่

ในที่สุดแล้ว “เจียง ไคเช็ก” ต้องพ่ายแพ้ และหนีไปยังเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของจีน

เจียง สถาปนา “สาธาณรัฐจีน” ขึ้นบนเกาะไต้หวัน (ชื่อเดิมคือเกาะฟอร์โมซา)

ในขณะที่ เหมา ก่อตั้ง “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ขึ้นบนจีนแผ่นดินใหญ่

ทั้งสองชาติต่างอ้างตนว่าคือรัฐบาลที่แท้จริงของ “จีน” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

และต่างยึดหลักการจีนเดียว ที่เคลมว่าจีนจะมีหนึ่งเดียว ไม่สามารถแยกชาติได้ ชาติของตนจึงมีอำนาจในพื้นที่ทั้งส่วนแผ่นดินใหญ่ รวมไปถึงเกาะไต้หวันด้วย

 

เมื่อต่างฝ่ายก็เคลมว่าตนคือรัฐบาลที่แท้จริง และมีสิทธิ์ครอบครองพื้นที่แผ่นดินใหญ่ทั้งหมด รวมทั้งเกาะไต้หวันด้วย

 

ถ้าเคลมทั้งคู่แบบนี้ แล้วใครจะได้รับยอมรับว่าคือ “จีน” ที่แท้จริง!?

คำตอบก็คือ.. ขึ้นอยู่กับว่ามีใครยอมรับบ้าง

ในช่วงแรกนั้น ประเทศที่ยอมรับสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมและเผด็จการ

ในขณะที่ประเทศโลกประชาธิปไตยรวมถึงสหรัฐฯ และไทย ต่างก็ให้การรับรองสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นประเทศ

แต่จุดเปลี่ยนก็มาถึง ในช่วงสงครามเวียดนาม ที่สหรัฐฯ เข้าร่วมและต้องถอนตัวออกมาในที่สุด

ในตอนนั้น สหรัฐฯ ขัดแย้งกับรัสเซีย ในขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ก็ขัดแย้งกับรัสเซียเช่นกัน

เมื่อศัตรูของศัตรูก็คือเพื่อน สหรัฐฯ จึงเลือกที่จะสนับสนุนจีน เพื่อให้รับช่วงต่อในสงครามเวียดนาม และจบความสัมพันธ์ในการรับรองไต้หวันมานับแต่นั้น

เมื่อยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ ถอนตัว ชาติอื่นๆ ก็เริ่มถอนตัวจากการรับรองไต้หวันมากยิ่งขึ้น รวมถึงประเทศไทย ก็ยอมรับนโยบายจีนเดียวจากจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเช่นกัน

ประกอบกับการที่จีนเริ่มเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีอิทธิพลในเวทีโลกมากยิ่งขึ้นในช่วงหลัง

ทำให้ปัจจุบัน มีประเทศที่รับรองจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 180 ประเทศ ขณะที่ไต้หวัน มีประเทศที่รับรองเพียง 15 ประเทศเท่านั้น

 

ในขณะที่รัฐบาลจีน ยึดถือนโยบายจีนเดียว และมองว่าทั้งไต้หวันและฮ่องกง ก็คือส่วนหนึ่งของจีน

แต่ในไต้หวัน มีทั้งพรรคการเมืองที่เชื่อมั่นในหลักการจีนเดียว และหวังว่าสักวันจะสานต่อสงครามกลางเมืองเพื่อยึดครองอำนาจเหนือแผ่นดินทั้งหมด

แต่ก็มีอีกขั้วการเมือง ที่สนับสนุนการแยกตัวออกมาเป็นเอกราชของตนเอง โดยไม่ต้องยึดโยงกับจีนแผ่นดินใหญ่อีกต่อไป

 

ปัจจุบัน..

สาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากรประมาณ 1,400 ล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และประชากรรายได้เฉลี่ยประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน

สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มีประชากรประมาณ 24 ล้านคน รายได้เฉลี่ยของประชากรอยู่ที่ประมาณ 62,000 บาทต่อเดือน

 

สรุป "นโยบายจีนเดียว" ที่หลายคนอยากรู้ว่า คืออะไรกันแน่!?1. ย้อนกลับไปในปี 1911เริ่มจากการที่ "ซุน ยัดเซ็น"…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันพุธที่ 15 เมษายน 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

https://thepeople.co/chiang-kai-shek-imposed-longest-martial-law

https://storylog.co/story/576a0477efa0f984103ec88a

https://mgronline.com/china/detail/9510000112503

https://www.sanook.com/news/8078666/

https://www.posttoday.com/world/611495

และประวัติของผู้เกี่ยวข้องทุกคนบน Wikipedia

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...