เคยไปกินสุกี้ MK กันรึเปล่าครับ??

เพจแนวคิดพันล้าน ค่อนข้างมั่นใจว่าคนไทยต่างก็รู้จักคุ้นเคยแบรนด์สุกี้ยี่ห้อนี้เป็นอย่างดี

แต่จะรู้หรือไม่ว่ากว่าจะผ่านมาเป็นแบรนด์ใหญ่ระดับประเทศในทุกวันนี้ MK ต้องผ่านอะไรมาบ้าง??

มีเคล็ดลับในการทำธุรกิจยังไง?? หรือกระทั่งเพราะอะไรจึงชื่อ MK??

เราลองย้อนไปดูเรื่องราวของสุกี้แบรนด์ดังนี้กันเลยครับ….

 

 

– แรกเริ่มเดิมทีนั้น คุณมาคอง คิงยี ชาวฮ่องกง เปิดร้านอาหารขึ้นที่สยามสแควร์ ซอย 3

– ด้วยความที่ชื่อภาษาอังกฤษเขียนว่า Makong King Yee จึงเป็นที่มาของร้านอาหาร MK

– กระทั่งชีวิตพลิกผัน คุณมาคอง ต้องย้ายไปอยู่กับสามีที่สหรัฐอเมริกา ทีนี้ก็เสียดายร้านอาหารที่เปิดมา ไม่อยากปิดไปเฉยๆ

– คุณทองคำ เมฆโต หรือจะเรียกว่า “คุณป้าทองคำ” เป็นคนชัยนาทที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพ

– และงานที่เธอทำนั้นก็คือ “หัวหน้าแม่ครัว” ของร้านอาหาร MK

– ด้วยความที่คุณป้าทองคำเป็นคนขยัน ซื่อสัตย์ ทำงานดีมาตลอด คุณมาคองก็เลยไว้ใจ

– เมื่อต้องย้ายถิ่นฐาน คุณมาคองจึงตัดสินใจขายร้านต่อให้ โดยมีข้อมูลบอกว่าการขายครั้งนี้ไม่ได้มีราคาสูงมากนัก และให้คุณป้าทองคำค่อยๆ จ่ายตามกำไรจากร้านก็ได้

– คุณป้าทองคำ จึงรับหน้าที่เป็นเจ้าของร้านตั้งแต่ปี พ.ศ.2505 เป็นต้นมา

 

จากร้าน 1 คูหา สู่การเติบโตเป็นแบรนด์สุกี้ระดับประเทศ…

– MK ในสมัยแรกนั้น เป็นร้านอาหารที่มีของขึ้นชื่อหลายอย่างเช่น ข้าวมันไก่ เนื้อตุ๋น ผัดไทย ผัดขี้เมา ต้มยำต้มแซ่บต่างๆ

– นอกจากรสชาติอาหารอร่อยแล้ว การบริการที่ดีต่อลูกค้าทุกระดับของคุณป้าทองคำ ยิ้มแย้มให้ลูกค้าทุกคน จึงมีคนติดใจกลับไปกินอยู่ตลอด

– และหนึ่งในลูกค้าก็คือ “คุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์” ประธานของเครือเซ็นทรัลยุคนั้น

– เมื่อติดใจรสชาติอาหาร คุณสัมฤทธิ์จึงเอ่ยปากเชิญชวนให้คุณป้าทองคำ ไปเปิดร้านเพิ่มอีกสาขาในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวเมื่อปี พ.ศ.2527

– หลังจากนั้นอีก 2 ปี โอกาสทางธุรกิจก็วิ่งเข้ามาหาคุณป้าทองคำอีกครั้งฃ

– เซ็นทรัลลาดพร้าวมีพื้นที่ว่างลง 1,000 ตร.ม. เพราะธนาคารที่จะเปิดไม่สามารถมาเปิดได้ คราวนี้คุณสัมฤทธิ์จึงเอ่ยปากชวนคุณป้าทองคำไปทำร้านอาหารอีกร้าน

– คราวนี้เลยวางแผนปรึกษาพูดคุยกับลูกสาวและลูกเขยคุณ “ฤทธิ์ ธีระโกเมณ” ประธานบริษัทคนปัจจุบัน

– กลายมาเป็นไอเดียร้านสุกี้ MK สาขาแรกขึ้นที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ในปี พ.ศ.2529

– ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวตอนนั้นไม่มีร้านสุกี้ บวกกับทั้งเมนูอร่อย น้ำจิ้มสูตรเด็ด รวมถึงบริการดีเยี่ยม ทำให้ร้านขายดีอย่างมาก

– หลังจากเปิดในห้างแรก จากนั้นร้านสุกี้ MK ก็ขยายสาขาไปเรื่อยๆ

– จนกระทั่งในปี พ.ศ.2539 เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า MK มีการเปลี่ยนระบบทุกสาขา จากเตาแก๊สมาเป็นเตาไฟฟ้าทั้งหมด

– นับเป็นเรื่องใหม่ในยุคนั้น ทำให้ภาพลักษณ์ของร้านสุกี้ MK เป็นร้านที่อร่อย บริการดี แถมยังทันสมัยอีกด้วย

– ปี พ.ศ.2543 MK ฉลองครบ 100 สาขาได้สำเร็จ

– ปัจจุบันร้านสุกี้ MK มีมากกว่า 429 สาขาทั่วประเทศไทย

 

 

ร้านสุกี้ MK  ในยุคปัจจุบัน…

บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชน เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเมื่อปี พ.ศ.2556

นับจากนั้นบริษัทมีแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้นมากทุกปี ตั้งแต่..

ปี 2558 บริษัทมีรายได้ 14,922 ล้านบาท ทำกำไร 1,856 ล้านบาท

ปี 2559 บริษัทมีรายได้ 15,498 ล้านบาท ทำกำไร 2,099 ล้านบาท

ปี 2560 บริษัทมีรายได้ 16,457 ล้านบาท ทำกำไร 2,424 ล้านบาท

 

รายได้มาจากไหนบ้าง??

รายได้กว่า 83% มาจากร้านสุกี้ หรือคิดเป็นประมาณ 13,500 ล้านบาท

รายได้ 15% มาจากร้านอาหารยาโยอิ ซึ่งบริษัทไปเซ็นต์สัญญาจากญี่ปุ่นมาเปิดบริการตั้งแต่ปี พ.ศ.2548

(บริษัทไปเปิดร้าน MK ในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 จึงมีความสัมพันธ์กับธุรกิจญี่ปุ่นอย่างดี)

 

ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าเพียงการขายสุกี้ อาหารซึ่งดูเป็นของกินง่ายๆ หากินได้แทบทุกจุดในประเทศไทย

แต่สุกี้ก็สามารถสร้างความโดดเด่นกว่าเจ้าอื่นๆ จนกลายมาเป็นธุรกิจหมื่นล้านได้ในที่สุด

 

รายได้ของบริษัท 4 ปีย้อนหลัง

 

MK ทำได้อย่างไร!?

ถ้าลองวิเคราะห์กันดู จะพบว่าการบริการอันเป็นจุดเด่นของแบรนด์ MK นั้น มีมาตั้งแต่สมัยคุณป้าทองคำเป็นเจ้าของร้านอาหารแล้ว

การบริการที่ดี ทำให้ลูกค้าติดใจกลับมากินอีก

รวมถึงอาจจะนำมาสู่โอกาสดีๆ จากลูกค้าเหล่านั้น

อย่างเช่นลูกค้าประจำ “คุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์” ยื่นข้อเสนอเปิดร้านอาหารให้ถึง 2 หน!!

นั่นเพราะเขาอาจจะมองเห็นโอกาสสำเร็จ ว่าถ้าร้านของป้าทองคำ ที่มีของอร่อย จิตใจบริการดีแบบนี้ไปเปิดให้บริการ

ย่อมเป็นผลดีต่อห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวด้วยเช่นกัน

 

นับตั้งแต่สาขาแรกในวันนั้น “เอ็มเคสุกี้” ก็รักษาคุณภาพของทั้งอาหาร การบริการ และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ปรับตัวไปตามยุคสมัย ไม่ยอมตกเป็นผู้ตามหลังในตลาด “สุกี้” แต่อย่างใด

นั่นอาจจะเป็นเคล็ดลับ ให้แบรนด์ MK กลายมาเป็นแบรนด์ขวัญใจครอบครัวไทย ทุกเพศ ทุกวัย มาจนถึงปัจจุบันก็เป็นได้…

 

 

ที่มา:

https://mkrestaurant.com/th/history

http://investor-th.mkrestaurant.com/milestone.html

https://www.set.or.th/

https://pantip.com/topic/30536686

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...