Luckin Coffee ยื่นล้มละลายต่อศาลนิวยอร์กเป็นที่เรียบร้อย หลังเกิดคดีทุจริตสร้างรายได้ปลอมๆ กว่า 10,000 ล้านบาท จนหุ้นตกไป 90% และโดนถอดออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ

หลังจากนี้ บริษัทจะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ พร้อมกับได้รับการคุ้มครองชั่วคราวจากเจ้าหนี้ชาวอเมริกัน เพื่อปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจในจีนได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับใครที่ตามเรื่องของ Luckin Coffee ไม่ทันตั้งแต่แรก อาจจะสงสัยว่าทำไมร้านกาแฟที่เป็นดาวรุ่งที่สุดของจีน จึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้!?

เราจะยกเนื้อหาที่เคยเขียนมาสรุปให้ได้อ่านกันใน 3 ประเด็นหลักๆ นะครับ

 

 

จุดกำเนิดของ Luckin Coffee

– สตาร์ทอัปร้านกาแฟรายนี้ ถูกก่อตั้งโดยคุณ Qian Yazhi ในช่วงต้นปี 2018 ด้วยแนวคิดที่ดูหวือหวาและแปลกใหม่ เพราะแทนที่จะเปิดร้านในทำเลยอดนิยม แต่ต้องแลกมาด้วยต้นทุนสูง

ในทางกลับกัน พวกเขาเปิดร้านขนาดเล็กลงมา และทำเลไม่ค่อยดีนัก แต่ให้ลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอป แล้วเลือกมารับเองหรือไปส่งให้ถึงที่ภายในเวลาไม่นานนัก

 

– แนวคิดดังกล่าวดูเหมือนจะได้รับความนิยม จากทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน พวกเขาสามารถระดมทุนเพื่อขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง

ผ่านไปเพียง 9 เดือน จากสาขาแรกกลายเป็น 900 สาขา หรือเฉลี่ยเปิดสาขาใหม่ถึงวันละ 3 สาขา!!

 

– สาเหตุที่ต้องเร่งขยายสาขา เพราะโมเดลธุรกิจต้องการเข้าถึงในทุกพื้นที่ ให้ลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอป แล้วร้านที่อยู่ใกล้ที่สุดจะทำกาแฟไปส่งให้

เพราะฉะนั้น ถ้าถึงจุดที่มีร้านกาแฟอยู่ทั่วเมือง การส่งกาแฟให้ลูกค้าก็จะยิ่งทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้นไปอีก

พวกเขาคาดว่าเมื่อถึงจุดนั้น ตอนที่ทุกคนติดแบรนด์ Luckin แล้ว บริษัทจะมีกำไรอย่างต่อเนื่อง

 

Luckin กลายเป็นซูเปอร์สตาร์

– ช่วงปลายปี 2018 หลังเปิดตัวมาได้ไม่ถึงปี แต่ Luckin ก็ยังคงระดมทุนจากนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาท แม้จะยังไม่สามารถทำกำไรได้เลย

– สื่อหลายแห่งเริ่มเปรียบเทียบพวกเขา เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Starbucks ในประเทศจีน โดยเฉพาะในเรื่องที่แบรนด์กาแฟยักษ์เน้นด้านการบริการและร้านที่หรูหรา แต่แบรนด์ Luckin ทำตรงกันข้าม

การเป็นคู่แข่งที่ใช้กลยุทธ์คนละแบบนี้ กลายเป็น “มวยคู่เด็ด” ที่สื่อมวลชนสามารถหยิบไปนำเสนอเป็นข่าวได้อย่างดี

– ต้นปี 2019 ตอนนี้ Luckin มีอยู่ประมาณ 2,300 สาขาทั่วประเทศจีน และตั้งเป้าขยายไปให้ได้ 4,500 สาขา ซึ่งนั่นจะเป็นตัวเลขที่สูงกว่า Starbucks ซึ่งในตอนนั้นมีอยู่ราว 3,800 สาขาในประเทศจีน

– เดือนพฤษภาคม 2019 ในที่สุด Luckin ก็เติบโตจนกลายเป็นบริษัทมหาชน เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น NASDAQ ได้สำเร็จ

จากราคา IPO ของหุ้นที่ประมาณ 15 ดอลลาร์ เมื่อเข้าซื้อขายวันแรกก็ทำราคาพุ่งไปสูงสุดถึง 25 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นสูงมากกว่า 60% ในวันเดียว

ตอนนี้มูลค่ากิจการของบริษัทสูงเกือบ 200,000 ล้านบาทแล้ว!!

 

มีการเทียบว่า Luckin จะเป็นคู่แข่ง Starbucks ในประเทศจีน

 

ทุกคนต่างจับตามองดาวดวงนี้ และคาดหวังว่า Luckin จะกลายเป็นดาวค้างฟ้าดวงใหม่ เหมือนกับที่ Starbucks เคยทำได้มาแล้ว จนกระทั่งความจริงบางอย่างเปิดเผย…

 

จากดาวสู่ดิน กลโกงของ Luckin Coffee

– ต้นเดือนเมษายน 2020 ในขณะที่เศรษฐกิจโลกซบเซาเพราะวิกฤติโควิด-19 ทางด้านบริษัท Luckin Coffee ยอมรับต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ว่า มีการตกแต่งตัวเลขยอดขายของบริษัทเกินจริง

– บริษัทระบุว่า จากการสอบสวนภายในนั้น Jian Liu ประธานฝ่ายปฏิบัติการและทีมงาน ว่าตั้งใจตกแต่งยอดขายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ขึ้นมาประมาณ 10,000 ล้านบาท

การโกงครั้งนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2019 ก่อนที่บริษัทจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเสียอีก

– ทันทีที่มีการเปิดเผยข่าวดังกล่าวออกไป เมื่อตลาดหุ้นเปิดทำการราคาหุ้นของ Luckin จาก 26.20 ดอลลาร์ ก็ตกลงมาเหลือ 4.91 ดอลลาร์ทันที

ขณะที่มูลค่าของบริษัทจากเดิมเกือบ 200,000 ล้านบาท ลดลงมาเหลือประมาณ 48,000 ล้านบาทเท่านั้น

– เมื่อมองให้ลึกไปอีก มีรายงานออกมาว่าบริษัททำยอดขายได้ประมาณ 23,000 ล้านบาทในปี 2019

นั่นเท่ากับว่า ตัวเลขที่ปลอมแปลงขึ้นมา 10,000 ล้านบาทนั้น พอๆ กับยอดขายที่เกิดขึ้นจริงอีก 13,000 ล้านบาท

หรือจะพูดง่ายๆ ว่า “ขายได้เท่าไร สร้างตัวเลขปลอมขึ้นมาอีกเท่าตัว!!”

– สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนหมดไปทันที นอกจากจะหุ้นตกไป 90% แล้ว ท้ายที่สุดยังโดนเอาหุ้นออกไปจากตลาด NASDAQ อีกด้วย

– บริษัทต้องไล่ผู้บริหารออกหลายคน รวมถึงจ่ายค่าปรับหลายพันล้านบาท ให้กับทั้งหน่วยงานกำกับดูแลของทั้งฝั่งจีนและสหรัฐฯ

– หลังจากนั้น Luckin ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ พยายามกลับมาโฟกัสที่การขยายสาขาที่มากขึ้น บนตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง และผู้บริหารธุรกิจชุดใหม่

 

สรุปปิดท้าย…

แต่แม้จะมีคดีอื้อฉาวในปี 2020 ที่ผ่านมา แต่ Luckin Coffee ก็ยังสามารถขยายสาขาในจีนได้เพิ่มขึ้น จนมีร้านกาแฟอยู่กว่า 4,800 สาขาในประเทศจีนแล้ว

เมื่อเทียบกับ Starbucks ที่มีราวๆ 4,200 สาขา พวกเขาสามารถเปิดร้านจนแซงได้สำเร็จ

แต่ถ้าเทียบในแง่ของผลประกอบการ ร้านกาแฟแบรนด์อเมริกัน เปิดขายในจีนมาอย่างยาวนาน และมีกำไรเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว

ขณะที่คู่แข่งรายใหม่จากจีน แม้จะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากสาขาที่มากขึ้น แต่ยังคงอยู่ได้ด้วยเงินลงทุน ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนจีนที่เหลืออยู่ และยังแสวงหากำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นต่อไป

หลังจากนี้จึงเป็นความท้าทายอย่างสูงของ Luckin Coffee ว่าหลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ ตั้งแต่ปัญหาทุจริต มาจนถึงการยื่นเรื่องล้มละลาย

สุดท้ายแล้วพวกเขาจะพิสูจน์ตัวเอง ฟื้นฟูกิจการกลับมาเป็นแบรนด์ร้านกาแฟที่เชิดหน้าชูตาของจีนได้อีกครั้งหรือไม่…

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่

 

ที่มา:

www.bloomberg.com/news/articles/2021-02-05/luckin-coffee-files-for-chapter-15-bankruptcy-in-new-york-kks1k2hv?sref=sgn2IOkw

https://finance.yahoo.com/quote/LK/

https://techcrunch.com/2020/04/02/luckin-coffees-board-initiates-investigation-into-300m-potential-fraud/

https://markets.businessinsider.com/stocks/lk-stock

https://www.marketingoops.com/exclusive/business-case/luckin-coffee-ipo/

https://seekingalpha.com/news/3557782-luckin-coffeeminus-83-on-fraud-finding

https://www.reuters.com/article/us-luckin-coffee-ipo/starbucks-china-challenger-luckin-raises-561-million-in-u-s-ipo-idUSKCN1SM2SH

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...