สาจ๋า… รู้ไหมว่า VATANIKA มีรายได้เท่าไร??

ความโด่งดังของรายการ  This is me VATANIKA

สร้างยอดวิวนับล้าน และเป็นกระแสฮอตฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ส่งผลให้แบรนด์แฟชั่นดังกล่าว จากที่รู้จักกันเฉพาะกลุ่ม ก็มีคนรับรู้มากยิ่งขึ้น

 

แต่ท่ามกลางไลฟ์สไตล์อันหรูหรา

ท่ามกลางความเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว

และประโยค “สาจ๋า” ที่กลายเป็นคำคุ้นหูทั่วประเทศ

กว่าจะมาเป็นแบรนด์ VATANIKA นั้นมีเรื่องราวอย่างไรบ้าง??

 

 

ใครคือคุณแพร วทานิกา??

คุณแพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา มีความหลงใหลในแฟชั่นตั้งแต่เด็ก

หลังจากจบชั้น ม.6 ในไทย ก็บินเรียนต่อสาขาเครื่องแต่งกายสตรีที่ London College of Fashion ประเทศอังกฤษ

พอเรียนไปก็พบว่าสาขาดังกล่าวมีการแข่งขันสูง ชิงดีชิงเด่น และไม่ค่อยสนุกเท่าไร

ก่อนเรียนจบไม่นาน เธอจึงตัดสินใจย้ายไปเรียนด้านการออกแบบและพัฒนาสินค้า แม้จะต้องใช้เวลาเรียนเพิ่มอีก 3 ปีก็ตาม

 

 

ต้นกำเนิดของแบรนด์ VATANIKA

ระหว่างเรียน คุณแพรก็ลองทำกระเป๋าออกมาขายตามประสาคนรักแฟชั่น ซึ่งชื่อแบรนด์นั้นก็ตั้งมาตามชื่อของเธอเอง

พอเรียนจบก็กลับมาไทย เพื่อตั้งหน้าตั้งตาสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง

หัวใจหลักของแบรนด์นี้ คุณแพรขายความพิถีพิถันและคุณภาพของสินค้า คล้ายคลึงกับนิสัยของตัวเธอเองซึ่งเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างละเอียด

เรียกว่าบุคลิกเพอร์เฟคชั่นนิสของเธอ ถูกส่งต่อไปยังสินค้าเช่นกัน

จากตอนแรกมีกระเป๋าและเสื้อผ้าเป็นคอลเลคชั่นเล็กๆ ก็ได้รับความนิยมในกลุ่ม และขายจนหมด

นั่นเป็นจุดที่ทำให้เธอหันมาเน้นในด้านเสื้อผ้าแฟชั่นมากยิ่งขึ้น

ชื่อเสียงของแบรนด์ VATANIKA โด่งดังเมื่อคุณ “หญิง รฐา” ใส่ไปเดินพรมแดงในเมืองคานส์

จากนั้นเราก็จะได้เห็นซูเปอร์สตาร์หลายคนใช้เสื้อผ้าแบรนด์ดังกล่าว ทั้งคุณชมพู่ อารยา, คุณพลอย เฌอมาลย์ หรือคุณญาญ่า อุรัสยา เป็นต้น

ไม่ใช่แค่ในไทย แต่แฟชั่นของ VATANIKA ซึ่งออกแบบมาหรูหรา มีความหวานปนเซ็กซี่ คลาสสิคแต่ก็ไม่ล้าสมัย

ทำให้โด่งดังไปจนถึงดาราเซเลบระดับฮอลลีวูด

ที่เราคุ้นหูก็มี เจนนิเฟอร์ โลเปซ, อาเรียน่า กรานเด, ไคลี เจนเนอร์ และคนดังอีกมากมาย

 

 

รายได้และกำไรของบริษัท วทานิกา กรุ๊ป จำกัด

ตามข้อมูลที่ให้ไว้กับกระทรวงพาณิชย์ พบว่ารายได้และกำไรของ VATANIKA ในช่วง 3 ปีหลังนั้น

ปี 2558 รายได้ 40 ล้านบาท กำไร 1.3 ล้านบาท

ปี 2559 รายได้ 34 ล้านบาท กำไร 940,000 บาท

ปี 2560 รายได้ 43 ล้านบาท กำไร 340,000 บาท

 

ซึ่งเราคงจะเดาได้ไม่ยากว่านี่น่าจะเป็นเพียงรายได้ส่วนหนึ่งของเธอเท่านั้น

เพราะฐานะในแวดวงไฮโซของคุณแพร และสิ่งที่เราได้เห็นจากการใช้ชีวิตของเธอ ผ่านรายการในช่องยูทูบ

เธอเป็นสาวที่รวย หรู ดูแพง และน่าจะมีรายได้เข้ามาหลายทางกว่านี้อีกมาก

 

 

จึงเป็นที่มาของคำถามว่า ทำไมต้องมาทำรายการลงยูทูบ??

ในโลกยุคออนไลน์ VATANIKA ก็มีการทำตลาดผ่านทั้งเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม

แต่กับการทำรายการลงยูทูบ ซึ่งแน่นอนว่าคนดูส่วนใหญ่ก็คงไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลัก ของเสื้อผ้าที่ขายชุดละหลักหมื่นอยู่แล้ว

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ว่าก่อนที่จะมาทำรายการ คนทั่วไปในระดับแมส คงไม่รู้จัก VATANIKA เท่าไรนัก

แต่พอมีรายการ This is me VATANIKA ออกมา พร้อมขายความเป็น “คุณแพร” เพื่อสื่อถึงแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเธอเอง

กลายเป็นคลิปที่มียอดวิวสูงถึง 2.4 ล้านครั้งสำหรับ EP 1 และตอนอื่นๆ ก็มีคนดูไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านครั้งอีกด้วย

 

นอกจากจะทำให้คนทั่วไปรู้จักแบรนด์ของเธอมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังสื่อข้อความต่างๆ ไปให้ผู้รับชม ไม่ว่าจะเป็น…

1. ความรู้สึกที่ว่าเธอเป็นคนพิถีพิถัน ใส่ใจในทุก “รายละเอียด” ของการใช้ชีวิต ย่อมทำให้เธอส่งต่อความพิถีพิถันนั้นไปยังเสื้อผ้าที่ขาย

 

2. คุณค่าของแบรนด์ อย่างตอนหนึ่งที่ไปหาเสื้อผ้าเลียนแบบแบรนด์เธอ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่า VATANIKA กับของเลียนแบบนั้นแตกต่างกันอย่างไร

 

3. ความอ่อนน้อมถ่อมตน ผ่านการใช้คำพูดง่ายอย่าง “สาจ๋า” คำเรียกแม่บ้านคนสำคัญของเธอ ซึ่งเธอบอกว่าถูกสอนให้รู้จักให้ความเคารพคนใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็ก

จนทำให้ “คุณสา” กลายมาเป็นอีกหนึ่งเซเลบบนโลกออนไลน์ที่ใครๆ ก็ถามถึง ส่วนคำว่า “สาจ๋า” ก็โด่งดังขึ้น

ส่งผลดีกับทั้งรายการ ให้มีคนอยากดูมากกว่าเดิม รวมถึงแบรนด์ VATANIKA ให้รับรู้กันในวงกว้างขึ้นไปอีก

 

และนั่นยิ่งทำให้ “คุณแพร วทานิกา” ถูกจดจำในฐานะแฟชั่นดีไซเนอร์ไฮโซ ผู้มีไลฟ์สไตล์อันน่าอิจฉา

และพร้อมจะผลักดัน VATANIKA ให้ไปสู่ระดับท็อปของโลกได้ในที่สุด…

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...