ในปัจจุบัน Apple คือหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่ากิจการ 44 ล้านล้านบาท

ใหญ่ขนาดไหน ลองเทียบกับ ปตท. บริษัทใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านบาท.. ก็ใหญ่กว่ากัน 44 เท่า!!

หรือเทียบกับ GDP ของประเทศไทยทั้งประเทศนั้น Apple ก็ยังใหญ่กว่าราวๆ 3 เท่า!!

 

แต่ทราบกันหรือไม่ว่า ถ้าย้อนกลับไปประมาณ 20 ปีก่อน บริษัทใหญ่แห่งนี้ก็เคยล้มเหลว จนถึงขั้นเกือบล้มละลายมาแล้ว

และคนที่ยื่นมือมาช่วย กลับเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Apple อย่าง Bill Gates แห่งค่าย Microsoft ซะอย่างนั้น

สงสัยกันแล้วไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมคนอย่าง Bill Gates ถึงต้องช่วยเหลือศัตรูของเขาด้วย..??

 

Bill Gates เมื่อปี 1997

 

ย้อนไปที่การตกต่ำของ Apple

หลายคนอาจจะทราบกันว่า ก่อนที่ Apple จะสร้างยอดขาย iPhone อย่างถล่มทลายทั่วโลก บริษัทนี้ผลิตคอมพิวเตอร์มาก่อน

ทำให้ Microsoft กับ Apple เป็นคู่แข่งทางการค้าที่ขับเคี่ยวกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ยุค 90 Microsoft เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยความสำเร็จของระบบ Windows ที่ขายไปได้ทั่วโลก

จนกระทั่งในปี 1997 พวกเขาก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดระบบปฏิบัติการบนโลกถึง 90%

 

กลับกัน Apple ซึ่งในเวลานั้นได้ไล่ Steve Jobs ออกจากบริษัทไป กำลังมียอดขายที่ลดลงเรื่อยๆ

ภายหลัง Apple ก็ต้องยอมทิ้งความอาย เข้าซื้อบริษัท NeXT ที่ Steve Jobs แยกตัวออกไปตั้งขึ้นมาใหม่ เพียงเพื่อนำตัวอัจฉริยะคนนี้กลับมาช่วยบริษัทอีกครั้ง

แต่สถานการณ์ของ Apple กับปัญหาที่สะสมมานาน อาจจะมีเวลาไม่พอให้ Jobs กอบกู้ธุรกิจนี้ผ่านวิกฤติไปได้

 

จนกระทั่งถึงเดือนกรกฎาคม 1997 นั่นคือช่วงเวลาที่เรียกว่า “90 วันอันตราย”

เพราะแม้ Steve Jobs จะกลับเข้ามาแล้ว แต่ตอนนั้นบริษัทก็มีเงินสดเพียงพอจะแค่ 90 วัน

และถ้าไม่สามารถหาเงินมาเสริมสภาพคล่องได้ บริษัทจะต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายในที่สุด..

 

จุดเปลี่ยนสำคัญ วันที่ 6 สิงหาคม 1997

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการล้มละลาย  Steve Jobs ได้ออกมาประกาศข่าวช็อกโลก…

โดยระบุว่า Apple จะประกาศความร่วมมือกับบริษัทคู่แข่งอย่าง Microsoft

ทั้งที่หลายคนมองว่า Microsoft นั่นแหละคือตัวการที่ทำให้ Apple กำลังเข้าสู่ภาวะล้มละลาย

ประกาศในเวลานั้นสร้างความสับสนให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก

รวมไปถึงการที่ Steve บอกว่าจากนี้ไปทาง Apple จะใช้ Internet Explorer เป็นเบราว์เซอร์เริ่มต้น

หรือกระทั่งการที่จะมี Microsoft Office ติดตั้งมาบน Macintosh อีกด้วย

 

เหตุผลของความร่วมมือนี้ ก็เกิดขึ้นจากการที่ Microsoft ได้เข้าซื้อหุ้นของ Apple ด้วยเงินกว่า 4,700 ล้านบาท

หลายคนในตอนนั้นมองว่า Apple กำลังจะถูก Microsoft ฮุบกิจการไป และการแข่งขันของบริษัทไอทีทั้งสอง จะจบลงแล้ว

 

แต่ในตอนนั้นเอง Steve Jobs ก็ออกมาสยบทุกข่าวลือ ด้วยการชี้แจงถึงความจริงอย่างหนึ่ง..

การซื้อหุ้นในครั้งนี้ จะเป็นการซื้อหุ้นแบบ “Non-Voting” หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เจ้าของหุ้นดังกล่าวจะไม่มีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุม

ซึ่งหมายความว่า Microsoft แทบจะมอบเงินทุนให้ Apple แบบฟรีๆ โดยไม่รับสิทธิ์ออกเสียงใดๆ ในแผนงานของค่ายผลไม้เลย

และแม้หลายคนจะยังไม่เชื่อหูตัวเองก็ตาม แต่การให้เงินทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้ ก็เกิดขึ้นจากความคิดของ Bill Gates เองด้วยด้วย

 

“Bill ขอบคุณ โลกนี้น่าอยู่ขึ้นมากเลย” Steve Jobs กล่าวหลัง Bill Gates ช่วยเหลือ Apple

 

ปริศนาเบื้องหลังความใจดี!?

คงต้องอธิบายไว้สักนิดว่า ในอดีต Bill Gates มีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะข้อครหาที่ว่า.. เขามักทำอะไรโดยมีผลประโยชน์ของตัวเองเป็นปัจจัยหลัก

ดังนั้น แม้จะมีหลายฝ่ายจะยกย่องในการช่วยเหลือบริษัทคู่แข่งของเขาครั้งนี้

ก็มีคนอีกหลายกลุ่มเช่นกันที่มองว่าการช่วยเหลือ Apple ไม่ได้มาจากความใจบุญเป็นแน่

และมุมมองดังกล่าว ก็มีเหตุผลมารองรับที่น่าสนใจทีเดียว… เพราะอะไร!?

 

ก็เพราะด้วยความสำเร็จที่มากเกินไปของ Microsoft ในยุค 90 ทำให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ  เตรียมยื่นฟ้อง Microsoft ในข้อหาผูกขาดการค้า

ซึ่งหากฟ้องชนะล่ะก็.. Microsoft อาจจะเสียสิทธิ์ในการครอบครองระบบ Windows ที่พวกเขาทำขึ้นมาเอง

ดังนั้น การที่ Bill Gates ตัดสินใจให้เงินช่วยเหลือ Apple ในครั้งนี้ นอกจากจะต่อชีวิตให้คู่แข่งแล้ว ยังเป็นการแสดงเจตจำนงว่าบริษัทไม่ได้ตั้งใจจะผูกขาดทางการค้า

และการตัดสินใจของเขา ถือว่าได้ผลดีมากเสียด้วย

 

เพราะไม่นานหลังจากที่ Bill ให้เงินช่วยเหลือ Apple  ทางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ก็ยื่นฟ้อง Microsoft ในเรื่องของการผูกขาดทางการค้าจริงๆ

แต่ด้วยการปฏิบัติตัวของ Microsoft ในช่วงเวลานั้น ทำให้การตัดสินเอาผิดบริษัทเป็นไปได้ยาก

และในปี 2001 คดีความดังกล่าวก็ปิดลงไป โดย Microsoft ไม่ต้องเสียสิทธิ์ Windows ไปแต่อย่างไร

 

Microsoft Windows 98

 

เรื่องราวหลังจากการช่วยเหลือครั้งนั้น

ต่อมาในปี 2003  Bill Gates ได้ขายหุ้นของทั้งหมดของ Apple ทิ้งไป โดยมีมูลค่าที่ขายประมาณ 900 ล้านบาทเท่านั้น

เท่ากับว่าการลงทุนครั้งนี้ ขาดทุนงั้นเหรอ!?

เป็นไปได้ว่า เขาอาจจะมองว่า Apple อาจจะโตไปได้อีกไม่ไกลนัก หรือไม่ก็อาจจะแค่อยากเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นแทน

แต่นั่นก็ช่วยสนับสนุนเหตุผลที่ว่า Bill Gates ช่วย Apple เพียงเพื่อเลี่ยงคดี

เพราะหลังจากคดีจบลง เขาก็ขายหุ้นทิ้งไปโดยไม่สนตัวเลขขาดทุนเพียงเล็กน้อยสำหรับเขา

(ในทางตรงกันข้าม หากเขาเก็บหุ้นไว้จนถึงปัจจุบัน มูลค่าหุ้นดังกล่าวอาจพุ่งสูงได้ถึง 180,000 ล้านบาทเลยทีเดียว)

 

สุดท้ายแล้ว.. การช่วย Apple ในเวลานั้นได้ช่วยผลักดันให้ทั้งสองบริษัท ยังเป็นคู่แข่งกันในบางผลิตภัณฑ์

และเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสอง กลายมาเป็นบริษัทชั้นนำของโลกได้ในยุคปัจจุบัน

ทั้ง Microsoft และ Apple กำลังครองตำแหน่งบริษัทมูลค่าสูงสุดอันดับ 1 และ 2 ของสหรัฐฯ แถมเบียดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ด้วยมูลค่ากิจการราว 44 ล้านล้านบาททั้งคู่

เรียกว่าเพียงแค่หุ้นปรับขึ้นลงนิดเดียว ก็ทำให้อันดับแชมป์นี้เปลี่ยนไปได้ง่ายๆ

และเชื่อว่าทั้งสองบริษัท ก็จะยังคงเป็นทั้งคู่รัก และคู่แข่งทางการค้า ขับเคี่ยวกันไปอีกนานแสนนาน…

 

ในปัจจุบัน Apple คือหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ด้วยมูลค่ากิจการ 44 ล้านล้านบาทใหญ่ขนาดไหน ลองเทียบกับ ปตท….

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา

medium.com/bc-digest/how-microsoft-saved-apple-and-why-they-did-it-14d786969106

www.moneycontrol.com/news/trends/did-bill-gates-save-apple-from-bankruptcy-or-microsoft-from-the-law-3461191.html

www.businessinsider.com/microsoft-invested-in-apple-in-1997-2015-10

www.moneycontrol.com/news/trends/did-bill-gates-save-apple-from-bankruptcy-or-microsoft-from-the-law-3461191.html

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...