ในโลกยุคปัจจุบัน หลายประเทศต่างมุ่งหน้าเข้าสู่พลังงานสะอาดไม่ว่าจะเป็น แสงอาทิตย์ ลม น้ำ หรือกระทั่งการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งหมดนี้ล้วนจำเป็นต้องมีสิ่งสำคัญอย่าง “แบตเตอรี่” ที่ใช้ในการกักเก็บพลังงานให้สามารถใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ล่าสุดมีเรื่องน่าสนใจตรงที่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จํากัด (มหาชน) หรือGPSC ธุรกิจผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย ได้เปิดตัวโรงงานผลิตแบตเตอรี่เทคโนโลยีใหม่

เราเลยอยากจะนำมาเล่าให้ทุกคนได้รู้จักกันมากยิ่งขึ้นครับ..

 

 

รู้จักแบตเตอรี่เทคโนโลยี Semi Solid เป็นการเบื้องต้น

สำหรับคนที่ตามข่าวไอที ทั้งโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ หรือรถยนต์ไฟฟ้า คงจะพอคุ้นชื่อกับแบตเตอรี่ Lithium-ion กันบ้างแน่ๆ

แต่แบตเตอรี่ที่จะผลิตในโรงงานใหม่นี้ และใช้ชื่อว่า G-Cell นี้ เป็นแบตเทคโนโลยี Semi Solid ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป

แล้วแบตเตอรี่แบบนี้ มีอะไรที่น่าสนใจกว่า?

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่าย แบตเตอรี่ Lithium-ion นั้นจะใช้โลหะในการสร้างมากกว่า ทำให้มีน้ำหนักพอสมควร มีของเหลวเป็นตัวนำไฟฟ้า จึงต้องออกแบบให้มีขนาดใหญ่ เพื่อให้ไม่เกิดการลัดวงจร และไม่ร้อนจนเกินไป

แต่แบตเตอรี่แบบ Semi Solid ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพยายามลดปัญหาดังกล่าว ทั้งวัสดุในการสร้างที่ไม่มีทองแดง หรืออลูมิเนียม รวมไปถึงการไม่จำเป็นต้องใช้ของเหลวมานำไฟฟ้าระหว่างขั้ว

ผลที่ได้ก็คือแบตเตอรี่ชนิดนี้จะมีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาลง และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่นอกจากนั้น ยังสามารถชาร์จได้จำนวนครั้งมากกว่า แล้วยังรีไซเคิลง่ายกว่าอีกด้วย

ซึ่งหลายฝ่ายก็มองว่าแบตเตอรี่ชนิดนี้ มันคืออนาคตแห่งวงการรถยนต์ไฟฟ้าเลยทีเดียว

 

 

แบตเตอรี่ Semi Solid ผลิตได้จริงแล้วในไทย

ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อนหน้านี้ แบตเตอรี่ Semi Solid ที่ทางบริษัท 24M ของสหรัฐอเมริกาคิดค้น ยังคงเป็นนวัตกรรมในห้องแล็บเท่านั้น

แต่ทาง GPSC มองเห็นความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีนี้จะเกิดขึ้นจริง จึงร่วมลงทุนและได้รับสิทธิในการผลิต-จัดจำหน่าย เพื่อผลิตในโรงงานแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังผลิตเริ่มต้น 30 MWh (เมกะวัตต์ชั่วโมง) ต่อปี และพร้อมขยายได้ถึง 100 MWh ต่อปี

โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังผลิตเริ่มต้น 30 MWh (เมกะวัตต์ชั่วโมง) ต่อปี และพร้อมขยายได้ถึง 100 MWh ต่อปี

ก่อนที่จะขยายกำลังการผลิตเป็น 1 GWh (กิกะวัตต์ชั่วโมง) ต่อปี ในแผนการลงทุนต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต

 

สำหรับจุดเด่นของโรงงานแห่งใหม่ GPSC นี้ คือการที่มีขีดความสามารถผลิตแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานได้ใน 3 ระดับ ประกอบด้วย

1. G-Cell ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นพื้นฐานของเซลล์แบตเตอรี่

2. G-Pack คือการต่อยอดนำเซลล์แบตเตอรี่ในข้อแรก มาเชื่อมต่อกันในรูปแบบ Battery Module และ Pack พร้อมทั้งติดตั้งระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่

ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่สูงขึ้น ยกตัวอย่าง รถบัสไฟฟ้า เรือไฟฟ้า รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รถไฟฟ้าสี่ล้อขนาดเล็ก รถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า

3. G-Box ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งานสำหรับระบบสำรองไฟฟ้า ( UPS) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System หรือ ESS) ที่มีขนาดตั้งแต่ 10-1,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป

จะเห็นได้ว่าโรงงานแห่งนี้พร้อมที่จะยกระดับเข้าสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการทางพลังงานและความต้องการแบตเตอรี่ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น

 

 

เดินหน้าเทรนด์พลังงานสะอาด ยกระดับไทยสู่ผู้นำอาเซียน

ทางผู้บริหารของ GPSC ตั้งเป้าไว้ว่าบทบาทของบริษัทที่กำลังทำอยู่นั้น คือการ “เป็นแกนนำ” ทำให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ที่ตอบโจทย์เทรนด์พลังงานสะอาด

ดังเช่นการเปิดโรงงานแบตเตอรี่ Semi Solid แห่งแรกในไทยและในภูมิภาคอาเซียน แผนงานระยะยาวยังรวมถึงการเปิดโรงงานเฟสที่สอง การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ขึ้นมาในจุดเดียวกัน

ซึ่งทั้งหมดนี้ ตั้งใจจะให้อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อให้กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

 

แผนงานดังกล่าว เป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานของทาง GPSC และบริษัทในเครือ ปตท. เอง ที่ตั้งใจจะเปลี่ยนสู่พลังงานที่สะอาด ดีต่อสิ่งแวดล้อม และมีประสิทธิภาพ

เพื่อทั้งตอบโจทย์เทรนด์พลังงานสะอาดที่โลกกำลังก้าวไปการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ที่องค์กรภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ทั่วโลกกำลังมุ่งไปสู่การขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวมากยิ่งขึ้น

และทำให้มั่นใจว่าไทยจะยังคงเป็นผู้นำอาเซียนในด้านพลังงานสะอาด ได้ทั้งในปัจจุบันและในยุคอนาคตเช่นกัน…

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...