“อากาศร้อนๆ อย่างนี้นะครับ สำหรับท่านที่เดินผ่านไปผ่านมา เฉาก๊วยชากังราวของเรานะครับ ก็ได้มาบริการท่านพ่อแม่พี่น้องกันอีกแล้วครับ”

เชื่อว่าประโยคข้างต้นนี้ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

เพราะชื่อของ “เฉาก๊วยชากังราว” คือเฉาก๊วยยี่ห้อดังที่มีขายอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบของซุ้มเล็กๆ ไปจนถึงให้บริการในร้านอาหาร

แล้วเฉาก๊วยชากังราวมาจากไหน? ใครเป็นเจ้าของ? รายได้ดีไหม? เราลองไปรู้จักถึงต้นกำเนิดกันครับ…

 

เรื่องราวของเฉาก๊วยชากังราว เริ่มต้นขึ้นประมาณเกือบ 20 ปีก่อน

คุณเสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์ ชาวกำแพงเพชรที่ทำงานเป็นพนักงานขับรถ กับลูกชายที่มีโอกาสไปทำงานในกรุงเทพกับธุรกิจเฉาก๊วยเจ้าหนึ่ง แล้วก็ลาออกมาภายหลัง

ทั้งคู่มองเห็นว่าธุรกิจเฉาก๊วยนั้นน่าสนใจ และในกำแพงเพชรยังไม่มีแบรนด์ไหนที่เป็นเจ้าตลาด จึงตัดสินใจที่จะสร้างธุรกิจของครอบครัวขึ้นมา

ในส่วนของการทำเฉาก๊วย แม้ลูกชายจะเคยทำงานในโรงงานเฉาก๊วย แต่การจะสร้างสูตรใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ที่ต่า’ไป ก็ต้องลองผิดลองถูกกันพอสมควร

โดยเฉพาะการทำเฉาก๊วย ซึ่งแม้จะใช้สารเหมือนกันทุกครั้ง แต่ช่วงแรกก็ออกมาเหนียวบ้าง ไม่หนึบบ้าง เนื้อแตกต่างกัน คงเพราะเขาเองก็ยังไม่เข้าใจมันมาก

จนกระทั่งเขาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม แล้วบังเอิญไปเจอข้อมูลจากวารสารคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ที่ลงเกี่ยวกับเรื่องของเฉาก๊วย จึงรู้ว่าแม้มันจะเป็นของที่ดูง่าย แต่ก็มีสารประกอบต่างๆ ที่ต้องเข้าใจมัน

 

จนในที่สุด ก็ได้รสชาติเฉาก๊วยที่ทุกคนมองเห็นว่าจะขายได้แน่ๆ

ในส่วนของชื่อแบรนด์ คุณเสริมวุฒินั้นนึกออกตอนมีโอกาสขับรถผ่านศาลหลักเมือง จึงเอาชื่อเมือง “ชากังราว” ชื่อเกาของกำแพงเพชร มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์

 

แต่ธุรกิจนั้น ก็ไม่ได้สำเร็จตั้งแต่แรก..

ช่วงต้นพวกเขาขายได้วันละไม่ถึงร้อยบาทด้วยซ้ำ และก็ต้องหาวิธีโปรโมตเฉาก๊วยชากังราวให้เป็นที่รู้จัก

จนกระทั่งมีโอกาสได้ไปออกร้านในงานประจำจังหวัดกำแพงเพชร แทนที่จะเอาสินค้าไปขายเฉยๆ เหมือนกับหลายเจ้า

เขาเลือกที่จะเอาต้นเฉาก๊วย ไปสาธิตวิธีการทำเฉาก๊วยกันภายในงานให้เห็นภาพจริงๆ ซะเลย!!

แน่นอนว่าเรากินเฉาก๊วยมาตั้งแต่เด็ก เห็นก้อนดำๆ ในน้ำหวานกันมาหลายสิบปี แต่หลายคนก็ไม่เคยเห็นต้นเฉาก๊วย การได้เห็นของจริง จึงกลายเป็นเรื่องแปลกใหม่

แถมการได้เห็นวิธีทำสดๆ ก็ยิ่งทำให้เชื่อใจถึงคุณภาพสิ่งที่เรากิน เห็นขั้นตอนว่าสะอาดปลอดภัย ซึ่งการขายเฉาก๊วยดำๆ ที่บรรจุในถุงนั้น จะไม่สามารถสื่อภาพตรงนั้นได้

 

ไม่เพียงแต่การออกงานเท่านั้น แต่เฉาก๊วยชากังราวยังมุ่งเน้นไปยังการขายส่ง มุ่งหาลูกค้ากลุ่มข้าราชการในท้องถิ่น เพราะตัวคุณเสริมวุฒิ เคยทำงานขับรถให้กับหน่วยงานมาก่อน

จนกระทั่งหาตัวแทนจำหน่ายเพิ่มเติม จนได้สัญญาขายส่งกับร้านต่างๆ ในท้องถิ่น แล้วสร้างชื่อเสียง สร้างพันธมิตรกับตัวแทนขายทั่วประเทศ

เฉาก๊วยชากังราว พัฒนาจากธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ขยายจนมามีโรงงานเป็นของตัวเองได้ในท้ายที่สุด

ซึ่งในปัจจุบัน แม้จะมีโรงงานผลิตอยู่เพียง 2 แห่งคือที่กำแพงเพชร และสงขลา แต่เราก็จะได้เห็นซุ้มร้านเฉาก๊วยชากังราว อยู่ทุกจังหวัด และออกงานไปแทบทุกๆ งานขายสินค้าในประเทศไทย

 

แล้วเฉาก๊วยชากังราว รายได้ดีแค่ไหน?

อ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายได้ของบริษัท เฉาก๊วยชากังราว จำกัด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะอยู่ที่…

ปี 2560 สร้างรายได้ 74 ล้านบาท กำไรประมาณ 0.62 ล้านบาท

ปี 2561 สร้างรายได้ 67 ล้านบาท กำไรประมาณ 0.48 ล้านบาท

ปี 2562 สร้างรายได้ 58 ล้านบาท กำไรประมาณ 0.94 ล้านบาท

 

จากเฉาก๊วยที่คนขับรถของหน่วยงาน เอาไปให้พนักงานได้ลองชิม สร้างยอดขายได้วันละไม่ถึง 100 บาท ในเมื่อสองทศวรรษก่อน

มาถึงวันนี้ “เฉาก๊วยชากังราว” กลายเป็นธุรกิจสร้างรายได้ปีละหลายสิบล้าน และเรียกว่าประสบความสำเร็จในระดับเชิดหน้าชูตาของกำแพงเพชร

แต่สิ่งที่เหนือกว่ารายได้ก็คือ เสียงโฆษณาอันเป็นเอกลักษณ์ ที่พอใครได้ยินปุ๊บก็เข้าใจได้ทันทีเลยว่า.. ตรงนี้มีซุ้มเฉาก๊วยชากังราวขายอย่างแน่นอน!!

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็นที่

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...