หลายคนอาจจะสงสัยว่า Bill Heinecke คือใคร!?

แต่ถ้าพูดชื่อแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา อาจจะทำให้คุณรู้จักเขาขึ้นมาสักเล็กน้อย

ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม 500 แห่งทั่วโลก ในชื่อ Anantara, Avani หรือ Four Seasons, JW Marriot ในไทย

รวมถึงร้านอาหาร 2,000 สาขาในไทย ทั้ง The Pizza Company, Dairy Queen และ Swensen’s

 

ตัวอย่างโรงแรมและร้านอาหารในเครือไมเนอร์

.

 

คุณ Bill คือผู้ก่อตั้งบริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นเจ้าของ-มีส่วนร่วมในการบริหารธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น

ในปี 2019 ที่ผ่านมาธุรกิจทั้งหมดของบริษัท ทำรายได้ประมาณ 129,000 ล้านบาท และมีกำไร 10,000 ล้านบาท

กำไรนั้นมาจากธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์ 1%

ธุรกิจร้านอาหาร 17%

และจากธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ทสูงถึง 82%

และที่สำคัญ โรงแรมของไมเนอร์มีอยู่ทั่วโลก เท่ากับว่าการระบาดของโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบกับรายได้ของบริษัทเป็นอย่างมาก

 

ในวิกฤติโควิด-19 ไมเนอร์ได้รับผลกระทบอะไรบ้าง!?

– ธุรกิจโรงแรม จำเป็นต้องปิดกิจการแทบทั้งหมด ทั้งปิดตัวลงเองเพื่อประหยัดต้นทุน และปิดตามคำสั่งรัฐบาลของบางประเทศ

– โรงแรมบางส่วนในยุโรป ถูกเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว เพื่อรองรับทั้งแพทย์และผู้ป่วยที่มีจำนวนมาก

– ขณะที่ธุรกิจร้านอาหาร ต้องขายเฉพาะแบบซื้อกลับหรือส่งที่บ้าน ตามนโยบายของทางภาครัฐ

– ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในห้างสรรพสินค้า ก็ยังคงโดนปิดตามนโยบายรัฐบาล

 

ภาพ: Bloomberg

 

หุ้น MINT ปรับตัวลดลง 40% จากตอนต้นปี

 

ธุรกิจโรงแรม-การท่องเที่ยว หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร!?

ล่าสุดคุณ Bill ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ถึงมุมมองของเขาต่อธุรกิจโรงแรมหลังจากโควิด-19 ผ่านพ้นไป ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้…

– คุณ Bill มองว่าตั้งแต่ทำธุรกิจในไทยมาหลายสิบปี ผ่านมาหลายวิกฤติทั้งต้มยำกุ้ง ทั้งโรค SARS รวมถึงการรัฐประหารและความไม่สงบทางการเมือง

แต่วิกฤติโควิด-19 นั้นรุนแรงและมีผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมมากที่สุดแล้ว

– ครั้งนี้ไม่ใช่การถดถอยทางเศรษฐกิจ แต่มันคือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เหมือนที่สหรัฐและโลกเผชิญมาในยุค 1930 (บอกว่าไม่ใช่ Recession แต่ครั้งนี้เป็น Depression)

– เขาบอกว่าหลังจากนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจแบบนี้จะล้มหายตายจาก

เพียงแต่หลังจากนี้ จะเกิดมาตรฐานใหม่ทางสุขอนามัยของโรงแรม ผู้ประกอบการอาจจะต้องทุ่มงบไปลงในเรื่องของความสะอาด สภาพแวดล้อมในโรงแรม หรือคุณภาพของอาหารมากยิ่งขึ้น

– การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะเริ่มฟื้นตัวก่อน ส่วนการเที่ยวต่างประเทศคงต้องอีกสักระยะ ประเทศทางฝั่งเอเชียก็จะฟื้นตัวก่อนยุโรป โดยยกตัวอย่างจีน ที่เริ่มส่งสัญญาณของการฟื้นให้เห็นแล้ว

– ในความคิดคุณ Bill คนก็ยังคงอยากเดินทางท่องเที่ยว แต่จะพิถีพิถันในการเลือกที่พักมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าของโรงแรม ที่จะต้องสร้าง “แบรนด์” ให้ลูกค้ารู้สึกว่าปลอดภัย สะอาด และสบายใจที่จะมาพักด้วย

 

และนี่ก็คือแนวคิดของ Bill Heinecke ชายผู้ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 23 ของไทย ด้วยมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 38,000 ล้านบาท

หวังว่ามุมมองของเขาในวิกฤติครั้งนี้ จะช่วยเสริมข้อมูลและให้อะไรดีๆ กับผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย

 

ปัจจุบันสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยนั้น เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เราจึงน่าจะได้เห็นมาตรการที่ผ่อนปรนจากทางภาครัฐในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า

ซึ่งถึงเวลานั้น เราก็ต้องมาคอยติดตามกันว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่าง “โรงแรม” นั้นเป็นไปในทิศทางใด จะฟื้นกลับมาได้เร็ว หรือจะซมไปอีกสักพักหนึ่ง

คุณคิดว่าอย่างไรบ้างครับ…!?

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า Bill Heinecke คือใคร!?แต่ถ้าพูดชื่อแบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา…

โพสต์โดย Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน เมื่อ วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2020

 

 

ติดตาม Billion Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionmindset.ig/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/Billion_Twit

– ติดตามเพจ Billion Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

www.bloomberg.com/news/articles/2020-04-24/tycoon-running-500-hotels-says-virus-crisis-is-worst-he-s-seen

www.minor.com/th/businesses/business-overvie

www.set.or.th/set/companyhighlight.do?symbol=MINT&ssoPageId=5&language=th&country=TH

www.efinancethai.com/efinReview/efinReviewMain.aspx?name=er_202004231544

thestandard.co/bill-heinecke-minor-group/

forbesthailand.com/forbes-lists/thailand-richest

 

Advertisement

แสดงความคิดเห็น...